
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหลักเกณฑ์ใหม่กำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการทางการเงิน พร้อมปรับลดค่าธรรมเนียม 19 รายการ ครอบคลุมบริการสำคัญ 4 กลุ่ม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยให้ค่าธรรมเนียมสะท้อนต้นทุนการให้บริการที่แท้จริงมากขึ้น

ธปท. ระบุว่า จากการติดตามพบว่าค่าบริการทางการเงินบางประเภทในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะบริการที่ต้นทุนลดลงอย่างมากจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ แต่ยังมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราเดิม ขณะที่บางบริการมีอัตราค่าธรรมเนียมแตกต่างกันมากระหว่างผู้ให้บริการ และยังไม่มีมาตรฐานกลางที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องออกหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อยกระดับความโปร่งใสและคุ้มครองผู้ใช้บริการ
มาตรการครั้งนี้ครอบคลุมค่าธรรมเนียม 4 ประเภทหลัก ได้แก่ บริการด้านบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกรรมการชำระเงิน และสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs
ในส่วนของบริการบัญชีเงินฝาก ธปท. กำหนดให้ค่าขอรายการเดินบัญชี (Statement) แบบกระดาษสำหรับข้อมูลย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน เรียกเก็บได้ไม่เกิน 100 บาทต่อบัญชีต่อครั้ง ส่วนการขอ e-Statement ต้องให้บริการฟรี นอกจากนี้ หนังสือรับรองฐานะทางการเงินสามารถเรียกเก็บได้ไม่เกิน 100 บาทต่อชุดต่อครั้ง ส่วนค่ารักษาบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหว จะเรียกเก็บได้เฉพาะบัญชีที่ไม่มีรายการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปี และมียอดเงินคงเหลือไม่เกิน 2,000 บาท ในอัตราไม่เกิน 20 บาทต่อเดือน
ด้านบริการบัตรอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดให้ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเอทีเอ็มพื้นฐานรวมกันต้องไม่เกิน 150 บาทต่อปี ขณะที่บัตรเดบิตพื้นฐานต้องไม่เกิน 200 บาทต่อปี ครอบคลุมการถอนเงิน โอนเงิน ตรวจสอบยอด และชำระค่าสินค้าและบริการ นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการเบิกถอนเงินสดผ่านบัตรเครดิตจะเรียกเก็บได้ไม่เกิน 2.5% ของจำนวนเงินที่ถอน
สำหรับกลุ่มธุรกรรมการชำระเงิน หลักเกณฑ์ใหม่ครอบคลุมค่าธรรมเนียมการฝาก ถอน และโอนเงินข้ามเขต ค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต ค่าฝากเช็ค ค่ารับชำระค่าสินค้าและบริการ ค่าบริการ Bulk Payment รวมถึงค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้การคิดค่าบริการเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น
ส่วนค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ SMEs ครอบคลุมค่าธรรมเนียมการใช้สินเชื่อ (Front-end Fee) ค่าต่ออายุหรือขยายระยะเวลาวงเงินสินเชื่อ ค่าชำระหนี้ก่อนกำหนด และค่าธรรมเนียมการยกเลิกวงเงินสินเชื่อ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและมีความโปร่งใสมากขึ้น
นอกจากนี้ ธปท. ยังกำหนดชัดเจนว่า ผู้ให้บริการทางการเงินจะไม่สามารถออกค่าธรรมเนียมใหม่ หรือปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการปรับลดค่าธรรมเนียมตามหลักเกณฑ์ฉบับนี้ เว้นแต่จะมีเหตุผลที่พิสูจน์ได้ เช่น ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การสิ้นสุดโปรโมชั่น หรือการเปลี่ยนแปลงด้านความเสี่ยงของลูกค้า
ในกรณีที่ผู้ให้บริการยังไม่สามารถปรับระบบงานให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ได้ทันตามกำหนด จะต้องคืนเงินส่วนต่างที่เรียกเก็บเกินให้แก่ลูกค้า นับตั้งแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ พร้อมจัดทำแผนดำเนินการเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด
ที่มา bot





