
เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม Data Center แห่งใหม่ของ เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (STT GDC) ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดให้บริการในกรุงเทพมาแล้ว 2 แห่งคือ STT Bangkok 1 และ Bangkok 2 ที่ย่านรามคำแหง แต่ Data Center แห่งใหม่นี้คือ STT Bangkok 3 ตั้งอยู่ที่กลางเมืองกรุงเทพเลยอาคาร One Tower ในโครงการ One Bangkok ซึ่งในงานนี้ทาง STT GDC ยังได้เผยผลการศึกษาเรื่องการนำ AI มาใช้ในองค์กรด้วย ซึ่งองค์กรไทยมีความตื่นตัวในการนำ AI มาใช้งานในระดับสูง แต่ยังติดอยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น
เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน AI และคลาวด์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน STT GDC มีศูนย์ข้อมูลในไทย 3 แห่ง ได้แก่:

สถานที่ตั้งของ STT Bangkok 3 นั้นตั้งชั้น 3-4 ในตึก One Tower ที่เป็นตึกเบื้องหลังการทำงานของสาธารณูปโภคของโครงการ One Bangkok เพราะต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงระบบไฟฟ้าและระบบการทำความเย็นได้ง่าย

หน้าที่หลัก ๆ ของ STT GDC ให้มองเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของ Data Center เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เสถียรสำหรับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ราคาแพง คือไฟฟ้าต้องนิ่งไม่ดับ ความเย็นความชื้นต้องคงที่ ระบบเครือข่ายต้องไม่ล่ม และมีการจัดการเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานด
ในเรื่องความปลอดภัย STT Bangkok 3 มีระบบรักษาความปลอดภัยชั้นสูง มีระบบป้องกัน 7 ชั้นถึงจะเข้าถึงตัวอุปกรณ์ในตู้แร็คได้ ตั้งแต่การตรวจสอบตัวบุคคลที่เข้ามาในอาคาร การควบคุมสิทธิการเข้าถึงให้บัตรผ่านแต่ละบัตรเข้าถึงห้องที่เกี่ยวข้องได้เท่านั้น และมีประตูแบบ Mantrap ที่จะเป็นชั้นล็อก ไม่สามารถเปิดประตูพร้อมกัน 2 ด้านเพื่อผ่านเข้าไปโดยตรงได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบคนที่ผ่านเข้าไปใน Mantrap ด้วย นอกจากนี้ตัวกุญแจตู้เซิร์ฟเวอร์ก็ต้องเบิกจากเจ้าหน้าที่โดยตรง และต้องเป็นคนที่อยู่ในรายชื่อถึงจะเบิกได้ด้วย
ซึ่งการจัดห้องก็มีทั้งห้องแบบธรรมดาที่แชร์พื้นที่ หลายบริษัทมาวางเซิร์ฟเวอร์ร่วมกัน แล้วก็มีห้อง Suite สำหรับบริษัทที่ต้องการวางเซิร์ฟเวอร์ที่มีความต้องการสภาพแวดล้อมพิเศษ หรือควบคุมความเป็นส่วนตัว ซึ่งห้องแบบนี้ทีมงานของ STT จะเข้าห้องยังต้องขออนุญาตจากทางผู้เช่าก่อน

โดยลักษณะห้องวางเซิร์ฟเวอร์ของ STT Bangkok 3 จะเป็นพื้นเรียบ ให้อากาศผ่านจากข้างห้องเข้ามา ไม่ได้มีการยกพื้นสูงให้อากาศผ่านด้านใต้ และมีระบบดับเพลิงภายในห้องเป็นแบบก๊าซที่ไล่ออกซิเจนออกจนไฟดับ
ในส่วนของระบบไฟฟ้า ที่เลือกตั้ง Data Center ในโครงการ One Bangkok เพราะที่นี่มีสถานีไฟฟ้าย่อยเป็นของตัวเอง ซึ่งการไฟฟ้นครหลวงสามารถควบคุมกริดไฟฟ้าเพื่อสลับแหล่งพลังงานได้ภายใน 100 ms หากเกิดปัญหา ทำให้ระบบไฟเสถียรกว่าอาคารทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเครื่องปั่นไฟจากน้ำมันดีเซลของตัวเองอีก 3 เครื่อง สามารถทำงานแบบ Full-Load ได้ 48 ชั่วโมง เพื่อรักษาการจ่ายไฟให้เสถียรที่สุด
และในส่วนของระบบทำความเย็น ก็ใช้ระบบของ One Tower เป็นหลัก แต่ก็มีชุดทำความเย็นของตัวเองอีก 3 ระบบเอาไว้สำรองกรณีระบบทำความเย็นหลักมีปัญหา

STT GDC เปิดเผยรายงานการศึกษาล่าสุด “Mind the Gap: Bridging the AI Infrastructure Readiness Divide” เผยองค์กรไทยมีความตื่นตัวในการนำ AI มาใช้งานสูง ทว่าส่วนใหญ่ยังคงติดอยู่ในระยะเริ่มต้น ไม่สามารถขยายผลเพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ โดยมีปัญหาด้านงบประมาณ การขาดแคลนบุคลากร และข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยฉุดรั้งที่สำคัญ

รายงานฉบับดังกล่าวได้ทำการสำรวจองค์กรและผู้นำยุคดิจิทัลทั่วประเทศจำนวน 60 ราย พบว่าสถานะความพร้อมด้าน AI ขององค์กรในไทยแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้:
ปัจจุบันองค์กรไทยก้าวข้ามขั้นทดลองมาสู่การนำ AI มาใช้จริงแล้ว แต่ความท้าทายที่ซับซ้อนกว่าคือการทำให้ AI สามารถสร้างคุณค่าและตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยการปรับแนวทางการลงทุน บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน
บุศรินทร์ ประดิษฐยนต์ Country Head ของ STT GDC ประเทศไทย
ผลสำรวจได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญ 3 ประการที่ทำให้องค์กรไม่สามารถขยายสเกลการใช้งาน AI ได้เต็มรูปแบบ ได้แก่

เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวข้ามจากระดับ “ผู้สร้าง” (Builder) ไปสู่ระดับสูงขึ้น STT GDC ได้แนะแนวทางที่องค์กรชั้นนำมักนำมาปรับใช้ ดังนี้
การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับให้องค์กรไทยสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้าน AI สู่ความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน






