วงการละครสั้นจีนใช้ AI ตั้งแต่เขียนบท เล่นแทนนักแสดง และเป็นกองถ่ายได้เลย

THE SUMMARY:

อุตสาหกรรมบันเทิงจีนกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อละครสั้นแนวตั้งสำหรับสมาร์ตโฟนซึ่งที่ผ่านมาเคยใช้นักแสดงจริง ฉากจริง กองถ่าย และทีมตัดต่อ เริ่มถูกแทนที่ด้วยวิดีโอที่สร้างจาก AI เกือบทั้งหมด บริษัทจีนบางแห่งสามารถผลิตละครสั้นด้วย AI ได้ในต้นทุนราว 30 เหรียญ หรือประมาณ 950 บาทต่อความยาว 1 นาที โดยไม่ต้องใช้กล้อง ทีมงาน หรือมนุษย์แสดงจริงเลย

The New York Times รายงานข้อมูลจาก DataEye บริษัทที่ปรึกษาในจีนระบุว่า เฉพาะเดือนมีนาคม 2026 เพียงเดือนเดียว มีคอนเทนต์ไมโครดราม่าที่สร้างด้วย AI ถูกอัปโหลดขึ้น Douyin หรือ TikTok เวอร์ชันจีนเกือบ 50,000 เรื่อง หรือแทบจะเท่ากับยอดอัปโหลดทั้งปี 2025 ทำให้ตอนนี้ AI ถูกมองว่าไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเสริมงานโปรดักชันอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโรงงานผลิตคอนเทนต์ขนาดใหญ่ที่ทำงานด้วยความเร็วและต้นทุนต่ำกว่ากองถ่ายแบบเดิมมาก

หนึ่งในแรงเครื่องมือ AI ที่สำคัญสำหรับการสร้างคอนเทนต์อย่าง Seedance 2.0 ของ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ได้ถูกนำไปทดลองสร้างฉากที่แต่ก่อนต้องใช้ทุนสูง เช่น นักรบจีนต่อสู้กัน ฉากวันสิ้นโลก หรือฉากภัยพิบัติธรรมชาติขนาดใหญ่ ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ Seedance 2.0 ระบุว่าโมเดลนี้รองรับการควบคุมภาพ แสง เงา การเคลื่อนกล้องเพื่อสร้างงานที่ใกล้เคียงงานกำกับระดับมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ทำให้ AI เหมาะสำหรับการผลิตไมโครดราม่าเป็นอย่างมากคือธรรมชาติของคอนเทนต์ประเภทนี้ที่มีความยาวเพียง 1-2 นาที เนื้อหาที่เน้นความเข้มข้น ดราม่าเร็ว หักมุม และออกแบบมาให้ดูบนสมาร์ตโฟน การผลิตแบบเดิมยังต้องใช้นักแสดง โลเคชัน ทีมกล้อง ทีมไฟ ทีมแต่งหน้า และทีมตัดต่อ เมื่อ AI สามารถสร้างภาพ ตัวละคร ฉาก และเอฟเฟกต์ได้ในเวลาสั้นกว่า ต้นทุนการผลิตจึงลดลงเป็นอย่างมาก

โหว เสี่ยวหู ผู้สร้างหนังสั้นแนวตั้ง ได้เปลี่ยนทิศทางธุรกิจจากการทำวิดีโอโปรโมตองค์กรมาสู่การใช้ AI ผลิตซีรีส์เต็มตัว โดยบริษัทของเขามีทีมงานราว 12 คน ที่ทำงานเขียนพร้อมท์ให้ AI เข้าใจ ในการผลิตซีรีส์อนิเมชันความยาว 100 นาที ที่ใช้คนเพียง 3 คนและใช้เวลาแค่หนึ่งเดือน ซึ่งเขามองว่าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ สิ่งเดียวที่ทุกคนทำได้คือการเปิดรับและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ และคนจะต้องการคลิป AI คุณภาพสูงมากขึ้น

แต่ยิ่ง AI แพร่หลายมากเท่าไร กระแสต่อต้านก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะกระแสต่อต้านจากนักแสดงและคนทำงานเบื้องหลัง นักแสดงอย่าง Li Jiao เล่าว่างานที่เคยมีเริ่มหายไป กลุ่มแชตที่เคยใช้ประกาศงานเงียบลง และความต้องการคอนเทนต์ถ่ายทำจริงลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบทเล็ก ๆ เรียกว่าแทบจะไม่มีงานเลย

ประเด็นลิขสิทธิ์ก็เป็นอีกสนามร้อน โดยเฉพาะกรณี Seedance 2.0 ที่เผชิญแรงกดดันจากฮอลลีวูด สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Disney ส่งหนังสือเตือน ByteDance หลังมีวิดีโอ AI ที่ใช้ตัวละครอย่าง Spider-Man และ Darth Vader โดยไม่ได้รับอนุญาต ด้าน Paramount Skydance ก็ร้องเรียนในประเด็นนี้เหมือนกัน โดย ByteDance ระบุว่าจะเพิ่มมาตรการป้องกันการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ ByteDance ระงับแผนเปิดตัว Seedance 2.0 ในตลาดโลกเนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมประเด็นลิขสิทธิ์ได้

ประเด็นที่น่าสนใจคืจีนกำลังกลายเป็นสนามทดลองขนาดใหญ่ของ AI ในอุตสาหกรรมบันเทิง จากเนื้อหาข้างต้นจะเห็นว่า AI สามารถทำให้บริษัทเล็ก ๆ หรือทีมไม่กี่คนสามารถสร้างซีรีส์จำนวนมากในต้นทุนที่ต่ำได้ เปิดโอกาสให้เกิดรูปแบบการผลิตใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน แต่อีกด้านหนึ่ง มันกำลังเขย่างานของนักแสดง กองถ่าย ผู้กำกับ และทีมงานจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามใหญ่เรื่องสิทธิในใบหน้า ลิขสิทธิ์ ความยินยอม และคุณค่าของการแสดงโดยมนุษย์

ที่มา New York Times

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...