
Meta แถลงข้อมูลสถิติประจำปี Instagram ในไทย เผยตัวเลขการเติบโตเชิงประชากรศาสตร์ พฤติกรรมการบริโภคสื่อ และกลยุทธ์การขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจของครีเอเตอร์และผู้ประกอบการ จากข้อมูลชี้ว่า Instagram ได้เปลี่ยนผ่านโครงสร้างจากการเป็นพื้นที่แบ่งปันรูปภาพ สู่ระบบนิเวศการค้าและการสื่อสารส่วนบุคคลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเตรียมเปิดระบบ Affiliate ร่วมกับ Shopee ให้ผู้ใช้ชาวไทยสร้างรายได้
ข้อมูลเชิงสถิติระบุว่าฐานผู้ใช้งาน Instagram ในไทยขยายตัวครอบคลุมประชากรหลากหลายช่วงวัย โดยปัจจุบันสามารถเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ในประเทศได้สูงถึง 80% ขณะที่สัดส่วนผู้ใช้งานในกลุ่มมิลเลนเนียล, กลุ่ม Gen X และกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ มีสัดส่วนรวมกันเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ใช้ทั้งหมดในระบบ ส่งผลให้เกิดโครงสร้างประชากรบนแพลตฟอร์มที่มีกำลังซื้อและมีความหลากหลายทางพฤติกรรมสูงขึ้น

พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยบนอินสตาแกรมมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนจากการเลื่อนดูเนื้อหาแบบตั้งรับ (Passive Scrolling) ไปสู่การค้นหาข้อมูลเชิงรุก (Active Discovery) มากขึ้น โดยพฤติกรรมในส่วนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจดิจิทัลใน 3 มิติหลัก:

คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคของ Meta ประเทศไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ใช้งานในไทยมีพฤติกรรมใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 79% โดยจากการตรวจสอบพบว่า 94% ของผู้ใช้งาน Instagram รายเดือนในไทย เป็นผู้ใช้งาน Facebook เป็นประจำเช่นกัน การวางกลยุทธ์การตลาดแบบข้ามแพลตฟอร์มจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแบรนด์ในปัจจุบัน
โครงสร้างเศรษฐกิจครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มในปี 2569 เริ่มเปลี่ยนเกณฑ์วัดความสำเร็จจากจำนวนผู้ติดตามไปสู่ระดับความน่าเชื่อถือเฉพาะทาง โดยรายงาน Generation Zeitgeist 2026 ระบุว่า ผู้บริโภคถึง 81% ให้ความสำคัญกับความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของครีเอเตอร์เป็นอันดับแรก นำหน้าปัจจัยด้านความบันเทิงหรือความโด่งดัง
ทางแพลตฟอร์มจึงได้ปรับเปลี่ยนระบบอัลกอริทึมให้คัดเลือกเนื้อหาจากคุณค่าของคอนเทนต์เป็นหลัก ส่งผลให้ครีเอเตอร์รายใหม่ที่มีผู้ติดตามจำนวนน้อย มีโอกาสสร้างยอดการรับชมในระดับสูงได้ผ่านฟีเจอร์ Reels นอกจากนี้ Meta ยังเตรียมขยายระบบ Affiliate Partnership ร่วมกับ Shopee เข้าสู่แพลตฟอร์ม Instagram ในประเทศไทยภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อรองรับโมเดลการสร้างรายได้จากการแนะนำสินค้าโดยตรง หลังจากที่เปิดตัวในฝั่ง Facebook ไปเมื่อปีที่ผ่านมา

สถิติตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบันชี้ว่า Instagram Reels คือฟอร์แมตวิดีโอสั้นที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้ทั่วโลกที่ใช้เวลากว่า 50% บนแอปพลิเคชันไปกับการรับชมวิดีโอสั้น อย่างไรก็ตาม Reels ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การกระจายเนื้อหาในพื้นที่สาธารณะ แต่ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสื่อสารส่วนบุคคล
จากการแถลงข้อมูลของ Meta ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบัน ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การดึงดูดให้ผู้ใช้งานอยู่บนหน้าจอนานที่สุดอีกต่อไป ทว่ากลายเป็นการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดความสมดุลระหว่างพื้นที่สาธารณะ (Public Feed) ที่ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลใหม่ และพื้นที่ส่วนตัว (Private DM) ที่ผู้ใช้ใช้สร้างความผูกพันและดำเนินกิจกรรมพานิชย์

การปรับอัลกอริทึมที่ลดความสำคัญของจำนวนผู้ติดตามลง แล้วหันไปเพิ่มมูลค่าให้กับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ย่อมส่งผลให้สมรภูมิการตลาดดิจิทัลนับจากนี้มุ่งเน้นไปที่การผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพเชิงลึก มากกว่าการเน้นปริมาณหรือการสร้างกระแสฉาบฉวย ถือเป็นโจทย์ข้อสำคัญที่ทั้งแบรนด์สินค้าและครีเอเตอร์ไทยต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับโครงสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่มีความซับซ้อนและเป็นส่วนตัวมากขึ้นนี้ให้ได้อย่างยั่งยืน





