
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ ตำรวจสอบสวนกลาง (ปอท.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) และตัวแทนผู้บริหารจาก Meta (Facebook) แถลงมาตรการจัดการเด็ดขาดกับขบวนการไลฟ์สดลามกอนาจารบนโซเชียลมีเดีย พร้อมเตรียมแก้กฎหมายลดเวลา Take down และเอาผิดแพลตฟอร์มหากปล่อยปละละเลย
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการไลฟ์สดเนื้อหาลามกอนาจารบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ทางกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการเรียกประชุมด่วนร่วมกับผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ (Director of Public Policy) ของ Meta นานกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อหาข้อสรุปและกำหนดมาตรการป้องกัน
ทางด้าน ปอท. และ สอท. ระบุว่า จากการตรวจสอบพบการไลฟ์สดลามกอนาจารรวม 5 บัญชี ซึ่งทั้งหมดเป็นบัญชีอวตาร ที่ไม่ได้ใช้ใบหน้าจริงของผู้กระทำผิด การไลฟ์สดดังกล่าวมีผู้ชมหลักหมื่นคน และผู้กระทำผิดยังได้มีการแนบลิงก์อันตราย (Phishing) เพื่อหลอกดึงข้อมูลจากผู้ที่เข้าไปรับชมอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำคลิปไปแสวงหาผลประโยชน์ต่อในการโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ผู้กระทำผิดที่นำเข้าข้อมูลและผู้ที่แชร์ต่อ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี รวมถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
สำหรับการดำเนินการของแพลตฟอร์มนั้น ตัวแทนจาก Meta ชี้แจงว่าระบบ AI ไม่สามารถตรวจจับการไลฟ์สดดังกล่าวได้ในทันที เนื่องจากผู้กระทำผิดใช้เทคนิคหลบเลี่ยง เช่น การใส่หน้ากาก และมีการแทรกเนื้อหาปกติ (Benign Content) เข้าไปเพื่อหลอกระบบอัลกอริทึม อย่างไรก็ตาม รมว.ดีอี ได้โต้แย้งประเด็นนี้ว่า การไลฟ์สดดังกล่าวกินเวลายาวนานถึง 7-8 ชั่วโมง การอ้างว่า AI ตรวจจับไม่ได้เพราะมีเนื้อหาปกติแทรกเข้ามาเพียงไม่กี่วินาทีนั้นเป็นเหตุผลที่ ฟังไม่ขึ้น
เบื้องต้น Meta ได้ทำการระงับ 5 บัญชีดังกล่าวแล้ว และได้นำเนื้อหาเข้าระบบฐานข้อมูลเพื่อกวาดล้างและสกัดกั้นไม่ให้คลิปที่มีเนื้อหาเดียวกันถูกเผยแพร่ซ้ำได้อีกบนช่องทางอื่นๆ โดยทาง Meta ยืนยันว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในระดับโกลบอล และจะนำเสนอมาตรการที่เข้มข้นขึ้นในเร็วๆ นี้
กระทรวงดีอี เตรียมยกระดับมาตรการทางกฎหมายเพื่อกดดันแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยมี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่:
ทั้งนี้ รมว.ดีอี จะมีการหารือกับ Meta อีกครั้งเพื่อติดตามความคืบหน้าและกำหนดมาตรการเชิงรุกต่อไป
ที่มา: ไลฟ์แถลงข่าวของกระทรวง DE





