
การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของจีนในวงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับญี่ปุ่นซึ่งถือว่าเคยเป็นมหาอำนาจด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมาอย่างยาวนานเพราะหุ่นยนต์จากจีนล้ำหน้าจนญี่ปุ่นเองไม่สามารถตามได้ทันในระยะเวลาสั้น ๆ ได้แล้ว
ล่าสุด Nikkei xTECH สื่อเทคโนโลยีชื่อดังของญี่ปุ่น ได้เผยแพร่วิดีโอการชำแหละหุ่นยนต์ G1 จากบริษัท Unitree Technology ของจีนซึ่งสร้างความตื่นตะลึงให้กับทีมวิศวกรญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก จนทีมวิศวกรต้องออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่ญี่ปุ่นจะตามทันจีนในเทคโนโลยีด้านนี้ได้ในระยะเวลาที่สั้น
ในช่วงแรกของการชำแหละ ทีมวิศวกรญี่ปุ่นตั้งใจจะค้นหาว่าอะไรที่เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของหุ่นยนต์จีนแบบเจาะลึกตั้งแต่น็อตและสายไฟ แต่เมื่อการชำแหละดำเนินไป ความสงสัยกลับกลายเป็นความชื่นชมในเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่ภายใน โดยเฉพาะใน 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่
วิศวกรญี่ปุ่นประทับใจระบบพลังงานของ G1 เป็นอย่างมาก โดยพบว่าแบตเตอรี่มีขนาดเล็กกะทัดรัดแต่สามารถจ่ายไฟได้สูงมาก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้หุ่นยนต์สองขาแบบนี้ก้าวออกจากห้องทดลองมาสู่โลกจริงได้
หุ่นยนต์ G1 ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม 13 เซลล์ ความจุ 9,000mAh แบบถอดเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วหรือ Quick-release น้ำหนักตัวหุ่นยนต์รวมแบตเตอรี่อยู่ที่ประมาณ 35 กิโลกรัม และสามารถทำงานได้นานถึง 2 ชั่วโมง การที่แบตเตอรี่ขนาดเล็กสามารถขับเคลื่อนมอเตอร์ข้อต่อถึง 23 ตัวพร้อมกันได้ ถือเป็นความสำเร็จด้านการออกแบบอย่างมาก
ช่วงล่างของ G1 เป็นอีกจุดที่สร้างความประหลาดใจ ข้อเท้าของ G1 ไม่ได้เชื่อมต่อกันแบบแข็งๆ แต่ใช้กลไกที่ซับซ้อนเพื่อจำลองการเคลื่อนไหวของมนุษย์ วิศวกรพบว่ามีมอเตอร์ 2 ตัวซ่อนอยู่ในช่วงน่อง ทำหน้าที่ขับเคลื่อนแกนโลหะ 2 แท่งให้เคลื่อนที่ขึ้นลง นอกจากนี้ การออกแบบยังใช้ตลับลูกปืนหลายตัวทำงานร่วมกันเพื่อเปลี่ยนมุมข้อเท้าแบบไดนามิก ทำให้การเดินดูเป็นธรรมชาติเหมือนมนุษย์มากขึ้น ทนทานต่อแรงกระแทก และปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม
โครงสร้างมอเตอร์ที่ใช้ในหุ่นยนต์ตัวนี้ถือว่าน่าสนใจมาก คุณจะเห็นได้จากชิ้นส่วนหลักเลยว่าระดับเทคโนโลยีของมันสูงมาก – ทีมวิศวกรญี่ปุ่น
ผลสรุปจากทีมวิศวกรของญี่ปุ่นหลังจากชำแหละหุ่นยนต์ G1 ก็พบว่าหุ่นยนต์ของจีนตอนนี้เลยคำว่าคอนเซปต์ไปเรียบร้อยแล้ว การออกแบบที่มีกลไกที่ซับซ้อนของ G1 พิสูจน์ว่าบริษัทจีนมีเทคโนโลยีพร้อมสำหรับการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจำนวนมาก หรือเชิงพาณิชย์ได้
แม้ญี่ปุ่นจะเคยครองตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมระดับโลก อย่างแบรนด์ FANUC และ Yaskawa แต่ในสมรภูมิใหม่ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จีนกำลังมีความได้เปรียบด้วยความสามารถในการรวมซัปพลายเชน การพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่รวดเร็ว และตลาดรองรับขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองมากเลยทีเดียว
ที่มา Biggo Finance






