
Meta ประกาศความสำเร็จในปฏิบัติการร่วมครั้งใหญ่ระดับสากล ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อกวาดล้างเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองอย่างใกล้ชิด นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาและการตัดวงจรอาชญากรรมทั้งในโลกจริงและโลกดิจิทัล
นอกจากนี้ ข้อมูลข่าวกรองที่มีการแบ่งปันระหว่างหน่วยงานยังช่วยระบุพิกัดที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ซึ่งได้ส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการสืบสวนและขยายผลต่อไป

ปฏิบัติการในครั้งนี้ขับเคลื่อนโดยหน่วยงาน Scam Center Strike Force ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เริ่มระดมพลตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้ง FBI, สตช. รวมถึงตำรวจจากสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ มีศูนย์กลางการประสานงานอยู่ในกรุงเทพมหานครและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
เป้าหมายหลักของความร่วมมือนี้คือการทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่อยู่เบื้องหลังการหลอกลงทุน (Investment Scam) การหลอกให้รัก (Romance Scam) และการฉ้อโกงออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มมิจฉาจักรมักดำเนินงานข้ามแพลตฟอร์มและข้ามเขตอำนาจศาลเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม ทำให้การผสานข้อมูลจากหลายภาคส่วนมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและหัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เปิดเผยว่า นี่เป็นปฏิบัติการร่วมกันครั้งที่สามระหว่าง สตช. และ Meta ซึ่งผลลัพธ์ที่จับต้องได้นี้สะท้อนว่าปัญหาการฉ้อโกงข้ามชาติไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง การแบ่งปันข้อมูลอย่างทันท่วงทีจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรื้อถอนเครือข่ายเหล่านี้
ขณะที่ผู้บริหารจากฝั่งเทคโนโลยีอย่าง Meta และ Microsoft ระบุตรงกันว่า การปกป้องผู้ใช้งานคือภารกิจสูงสุด และการทำงานร่วมกับภาครัฐช่วยให้สามารถบล็อกและลบบัญชีปลอมแปลงได้ตั้งแต่ต้นทาง ด้าน Coinbase เผยว่าความโปร่งใสของเทคโนโลยีบล็อกเชนช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยเส้นทางการเงินและอายัดทรัพย์สินได้อย่างแม่นยำ ส่วน Starlink ยืนยันนโยบายไม่ยอมรับการใช้งานที่ผิดกฎหมาย โดยจะเดินหน้าปิดกั้นสิทธิ์การใช้งานอุปกรณ์ที่มิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดช่องทางการสื่อสารของกลุ่มอาชญากรให้ได้มากที่สุด





