
Google Earth เพิ่มความสามารถใหม่ด้วย Nano Banana ช่วยให้ผู้ใช้สร้างภาพจากสถานที่จริงได้ ไม่ว่าจะเป็นการจำลองเมืองในอดีต ออกแบบโครงการก่อสร้าง หรือสร้างอินโฟกราฟิกจากสถานที่สำคัญ เพียงพิมพ์คำสั่ง AI จะสร้างภาพประกอบในไม่กี่วินาที
Google เดินหน้าผสาน AI เข้ากับบริการแผนที่มากขึ้น ล่าสุดประกาศนำ Nano Banana โมเดลสร้างภาพด้วย AI มาใช้งานบน Google Earth เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างภาพจากสถานที่ต่าง ๆ บนแผนที่ได้โดยตรง ทั้งเพื่อการศึกษา การออกแบบ และการนำเสนอไอเดีย

หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่สุดคือการใช้ AI เพื่อจำลองภาพในอดีต ตัวอย่างที่ Google ยกมาคือการพาผู้ใช้ย้อนเวลากลับไปชมเมือง ปอมเปอีในปี ค.ศ. 78 ก่อนถูกภูเขาไฟวิสุเวียสปะทุ AI จะเปลี่ยนภาพซากโบราณสถานในปัจจุบันให้กลายเป็นเมืองโรมันที่มีผู้คนและอาคารสมบูรณ์ ช่วยให้ครูและนักเรียนมองเห็นภาพประวัติศาสตร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แม้ว่าภาพทั้งหมดจะอ้างอิงจากข้อมูลทางประวัติศาสตร์และการคาดการณ์ของ AI ไม่ใช่ภาพจริง จึงควรใช้ประกอบการเรียนรู้มากกว่าการอ้างอิงข้อเท็จจริง
Google ยังมองว่า Nano Banana จะเป็นเครื่องมือสำหรับภาคธุรกิจ โดยสามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้กลายเป็นภาพจำลองโครงการในอนาคตได้ทันที เช่น การแปลงที่ดินเปล่าในกรุงโตเกียวให้กลายเป็นย่านการค้า หรือการจำลองบ้านพักริมทะเลสาบก่อนเริ่มก่อสร้าง ช่วยให้ลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมองเห็นภาพรวมของโครงการได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน

นอกจากสร้างภาพแล้ว AI ยังสามารถสร้าง อินโฟกราฟิก จากสถานที่บน Google Earth ได้ เช่น การเลือก เทพีเสรีภาพ แล้วให้ AI สรุปข้อมูลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประวัติ ความสูง หรือวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง พร้อมจัดรูปแบบเป็นกราฟิกที่เข้าใจง่าย แต่ Google ยังไม่ได้ระบุว่าฟีเจอร์นี้จะรองรับทุกสถานที่ทั่วโลก หรือเฉพาะแลนด์มาร์กสำคัญบางแห่งเท่านั้น
แม้ Nano Banana จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างภาพจากสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ แต่ภาพที่สร้างขึ้นยังเป็นผลลัพธ์จาก AI ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนจากข้อมูลทางประวัติศาสตร์หรือข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการจำลองเหตุการณ์ในอดีตหรือโครงการในอนาคต ผู้ใช้จึงควรใช้เพื่อการนำเสนอหรือสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่าการอ้างอิงเป็นข้อมูลจริง
ฟีเจอร์ Nano Banana บน Google Earth เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานแล้ว และนับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้แผนที่ดิจิทัลไม่ได้มีไว้แค่ดูตำแหน่ง แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้จินตนาการอดีตและมองเห็นความเป็นไปได้ของอนาคตผ่านพลังของ AI ได้อีกด้วย.
ที่มา: engadget






