
Yum! จับมือ NVIDIA ปฏิวัติวงการร้านอาหารด้วย AI เตรียมนำระบบสั่งอาหารอัตโนมัติด้วยเสียง คอมพิวเตอร์วิชั่น และ AI วิเคราะห์การดำเนินงาน มาใช้ในร้านอาหารทั่วโลกกว่า 61,000 สาขา

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมร้านอาหาร โดย Yum! กลายเป็นพันธมิตรด้าน AI สำหรับร้านอาหารรายแรกของ NVIDIA พร้อมต่อยอดแพลตฟอร์ม “Byte by Yum!” ระบบเทคโนโลยีภายในองค์กรที่ใช้บริหารทุกอย่างตั้งแต่การสั่งอาหาร การจัดส่ง ไปจนถึงการจัดการพนักงานและสต๊อกสินค้า
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ “AI Voice Ordering” ระบบรับออเดอร์อัตโนมัติที่ใช้ AI สนทนากับลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ รองรับเมนูซับซ้อนและปรับตัวเข้ากับรูปแบบการพูดของผู้ใช้งาน ช่วยเพิ่มความเร็วและลดความผิดพลาดในการสั่งอาหาร โดยจะถูกนำไปใช้กับช่องทาง Drive-Thru และคอลเซ็นเตอร์
นอกจากนี้ Yum! ยังเตรียมใช้เทคโนโลยี Computer Vision จาก NVIDIA เพื่อตรวจสอบการทำงานในครัวและช่อง Drive-Thru แบบเรียลไทม์ รวมถึงใช้ AI วิเคราะห์ประสิทธิภาพของแต่ละสาขา เพื่อสร้างคำแนะนำเฉพาะสำหรับผู้จัดการร้านจากข้อมูลของสาขาที่ทำผลงานได้ดีที่สุด

ตอนนี้ Yum! ได้เริ่มทดสอบระบบ AI ในร้าน Taco Bell และ Pizza Hut บางสาขาในสหรัฐฯ แล้ว และมีแผนขยายสู่ 500 สาขาภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ ครอบคลุมแบรนด์ KFC, Taco Bell, Pizza Hut และ Habit Burger
Yum! ระบุว่า AI จะเข้ามาช่วยทั้งด้านการบริการลูกค้าและการทำงานของพนักงานในอนาคต รวมถึงรองรับการใช้งานโมเดล AI ขั้นสูงอย่าง LLMs เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล วิเคราะห์ความรู้สึกลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกสาขาทั่วโลก
โจ พาร์ค ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีของ Yum! กล่าวว่า บริษัทต้องการสร้างประสบการณ์ที่ “ง่ายขึ้น ฉลาดขึ้น และรวดเร็วขึ้น” ให้ทั้งลูกค้าและพนักงาน ขณะที่ NVIDIA มองว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างสำคัญของการนำ AI มาใช้งานจริงในธุรกิจร้านอาหารระดับโลก
ที่มา businesswire





