สรุปเนื้อหางาน CTC 2026 วันแรก เจาะลึกทุกเทรนด์ธุรกิจแห่งอนาคตและ AI

THE SUMMARY:

งาน CTC 2026 ในปีนี้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้ธีม The Festival of Futuristic Minds ซึ่งเชิญชวนให้ทุกคนเป็นคนมองการณ์ไกล เพื่อพลิกช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนและวิกฤตเศรษฐกิจให้กลายเป็นโอกาส โดยงานในปีนี้จัดที่ PARAGON HALL ชั้น 5, SIAM PARAGON ระหว่างวันที่ 19-20 มิถุนายน 2026

เก่ง-สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO ของ RGB72 ผู้จัดงาน CTC2026

คุณเก่ง-สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO ของ RGB72 ผู้จัดงาน SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026 สรุปภาพรวมของงานนี้ว่ามีการนำเสนอ 6 เทรนด์หลัก ได้แก่ AI, Creativity, Marketing, Business, People และ Well-being โดยมีไฮไลท์เด็ดดึงดูดผู้เข้าร่วมงานมากมาย ทั้งการสะสม Skill Passport เพื่อรับใบเซอร์ในแต่ละสายอาชีพ, ช่วง “Vision AI” ที่เปลี่ยนเวทีให้กลายเป็นพื้นที่เจาะลึกด้าน AI แบบเต็มรูปแบบในช่วงเย็น, และการทำ Biggest Workshop ที่สอนผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน ใช้มือถือและ AI ในการสร้างรายได้ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวรายงาน AI Transformation Playbook ที่ทำร่วมกับ AIS เพื่อเป็นคู่มือชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI เข้ามากระทบธุรกิจในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่ายไอทีเพียงอย่างเดียว

สำหรับสาระสำคัญอัปเดตเทรนด์ในแต่ละ Session ตลอดทั้งงาน สามารถสรุปได้ดังนี้:

Trends 2026-2027: Creativity

  • คุณภัทศา อัตตนนท์ (Managing Director จงรักดี)
  • คุณวุฒิศักดิ์ อนรรฆพร (Founder and Director of Factory01)

ในยุคปัจจุบันที่เครื่องมือ AI สามารถช่วยคิดไอเดียตั้งต้นได้เหมือนกันหมด ทำให้ไอเดียกลายเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งที่จะทำให้ผลงานสร้างสรรค์ของมนุษย์มีคุณค่าและโดดเด่นกว่า AI คือการนำไปลงมือปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง และการสร้างความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร

เคล็ดลับสำคัญในการสร้างความแตกต่างคือ การใช้ AI เป็นเพียงฐานข้อมูลตั้งต้นเพื่อประเมินว่าคนส่วนใหญ่หรือคู่แข่งน่าจะทำอะไร จากนั้นนักสร้างสรรค์จะต้องมีความกล้าหาญที่จะบิดข้อมูลหรือตัดสินใจ ทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม กับคำแนะนำเหล่านั้น เพื่อดึงดูดความสนใจและพางานหลุดออกจากกรอบเดิมๆ

นอกจากนี้ การสร้างงานครีเอทีฟในยุคนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแต่ความแปลกใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสามารถส่งมอบผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง แบรนด์และครีเอทีฟไม่ควรตกลงไปในหลุมพรางของสิ่งที่คิดว่าชัวร์ คิดว่าปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล AI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้พลังวิจารณญาณ ทักษะการโน้มน้าวใจ และความเป็นมนุษย์ในการทำให้งานสร้างสรรค์ชิ้นนั้นประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด

Trends 2026-2027: Business

  • คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม (Managing Director, SUPALAI PLC)
  • คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม (Deputy CEO/CCO – AIS)

สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความท้าทายอย่างมากและอาจรุนแรงกว่าช่วงโควิด-19 สำหรับการทำธุรกิจ กลยุทธ์สำคัญ 3 ประการที่ผู้นำองค์กรต้องเร่งดำเนินการคือ การรักษาสภาพคล่องทางการเงินเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน, การรักษาคุณภาพสินค้าเพื่อคงความเชื่อใจของลูกค้าไม่ให้สูญเสียไป, และการใช้จังหวะนี้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กร

ในแง่ของการบริหารทรัพยากรบุคคล การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้อาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ องค์กรจำเป็นต้องมองว่า AI เป็นอีกหนึ่งกำลังแรงงานในบริษัท ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือการที่ผู้บริหารลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่แต่ไม่พัฒนาทักษะพนักงานเก่า องค์กรจึงต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่างานใดควรให้ AI ทำ และงานใดที่มนุษย์ต้องเป็นผู้ควบคุมและต่อยอด

ท่ามกลางวิกฤตยังมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ เหมือนกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่แม้ตลาดรวมจะดูแย่ แต่เมื่อคู่แข่งลดลงและราคาที่ดินถูกลง ก็เป็นโอกาสสำหรับบริษัทที่เตรียมสภาพคล่องมาดี ท้ายที่สุด ผู้บริหารและคนทำงานต้องเลิกรอคอยโชคชะตา แต่ต้องลุกขึ้นมากำหนดเส้นทางชีวิตและการเรียนรู้ของตนเองให้ทันกับบริบทโลกที่เปลี่ยนไป

Trends 2026-2027: AI and Technology

  • คุณทวิร พานิชสมบัติ (Managing Director of ODT)
  • คุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ (Chief Technology Officer, LINE MAN Wongnai)

การนำ AI มาใช้งานในองค์กรเริ่มสร้างผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้แล้ว โดยเฉพาะในฝั่งงานบริการลูกค้าที่ AI Agent สามารถตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และยังช่วยกู้คืนออเดอร์ที่ลูกค้ายกเลิก ทำให้บริษัทสามารถดึงรายได้กลับมาได้อย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตามในฝั่งของการพัฒนาซอฟต์แวร์ AI ปัจจุบันเพิ่งอยู่ในระดับเริ่มต้นหรือ Genesis ซึ่งเก่งในการทดลองไอเดีย แต่ยังไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนให้สมบูรณ์ด้วยต้นทุนที่คุ้มค่าได้ทั้งหมด องค์กรจึงไม่ควรเร่งรีบปลดพนักงาน แต่ควรยกระดับทักษะให้ทีมงานพัฒนาความสามารถในการทำโปรดักต์ระดับที่สูงขึ้นไปอีก

กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดในการนำ AI มาใช้ในองค์กรคือ ต้องรักษาความรู้แก่นแท้ของธุรกิจ (Core Domain Knowledge) ไว้ที่ตัวมนุษย์เสมอ อย่าพยายามนำความรู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปฝากไว้กับเครื่องมือ AI ทั้งหมดจนคนทำงานสูญเสียความเข้าใจในระบบ เพราะนั่นจะทำให้องค์กรสูญเสียความสามารถในการควบคุมเมื่อต้องเปลี่ยนเครื่องมือ

Trends 2026-2027: Marketing Intelligence

  • คุณโศรดา ศรประสิทธิ์ (CEO บริษัท ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด และนายกสมาคมโฆษณาดิจิทัลประเทศไทย)
  • คุณไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล (President of MarTech Association and CEO of PAM Real CDP)

ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลที่ดูเหมือนจะลดลงนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้หมายความว่าแบรนด์เลิกลงทุน แต่เกิดจากการที่แบรนด์ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น งบประมาณถูกนำไปใช้กับการทำเครื่องมือ MarTech มาวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างแคมเปญแบบ Personalization ที่ตรงจุดและสามารถวัดผลได้ชัดเจนกว่าการหว่านโฆษณาแบบเดิม

เทรนด์ของเครื่องมือ MarTech ในอนาคตจะไม่ได้มาในรูปแบบของระบบขนาดใหญ่ที่ครอบจักรวาลอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครื่องมือที่มีขนาดเล็กลง เจาะจงปัญหาได้แหลมคมมากขึ้น และเข้าไปอยู่ตามจุดต่าง ๆ ใน Customer Journey แบรนด์จะต้องรู้จุดแข็งของตนเองให้ชัดเจนและเลือกใช้เครื่องมือเทคโนโลยีให้ตรงจุดเพื่อไม่ให้เป็นการสูญเปล่า

แม้เครื่องมือทางเทคโนโลยีและ AI จะทรงพลังมากแค่ไหน สุดท้ายแล้วสิ่งที่ AI ขาดหายไปคืออารมณ์ความรู้สึก การวางกลยุทธ์การตลาดยังคงต้องการความเป็นมนุษย์เข้ามาจับคู่และสร้างสรรค์บริบท เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

หาข้อมูลเรื่องเล่ายังไง ให้เหนือกว่า AI

  • คุณสุรัตน์ บัณฑิตลักษณะ (CEO Polar Web Application และนักเล่าเรื่องในตำนาน เจ้าของเพจ “เล่าไปเรื่อย”)

สำหรับสายคอนเทนต์ที่ต้องการหาข้อมูลที่แตกต่างและมีความลึกซึ้งกว่าที่ AI จะค้นหาได้ เคล็ดลับแรกคือการเข้าไปหาข้อมูลในกลุ่มปิดบน Facebook กลุ่มเหล่านี้มักมีการแชร์ภาพเก่าหรือเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงของบุคคล ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ระบบเสิร์ชเอนจินของ Google หรือ AI ไม่สามารถเข้าไปดึงข้อมูลออกมาวิเคราะห์ได้

แหล่งข้อมูลชั้นยอดลำดับถัดมาคือ ระบบสืบค้นของรัฐ (เช่น กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) รวมถึงการลงพื้นที่จริงเพื่อสำรวจและสอบถามกับคนในพื้นที่ การอ่านคอมเมนต์ของชาวเน็ตก็เป็นอีกหนึ่งขุมทรัพย์สำคัญ เพราะสะท้อนถึงอารมณ์และประสบการณ์ตรงจากเหตุการณ์จริงที่หาอ่านได้ยาก

นอกจากนี้ การหาข้อมูลจากหนังสือเก่ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน และหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพถือเป็นกลยุทธ์ขั้นสุดยอด เพราะหนังสืองานศพมักจะตีพิมพ์ประวัติบุคคลแบบเจาะลึก รูปภาพเก่าในอดีต รวมถึงเส้นทางชีวิตของเจ้าของธุรกิจใหญ่อย่างละเอียด ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่ล้ำค่าและไม่ถูกบันทึกไว้ในอินเทอร์เน็ตเลย

AI vs Non-AI in the Future of Creativity

  • คุณดิศรา อุดมเดช (CEO & Founder of Yell Worldwide)

ในโลกการค้าขายแบบประเทศจีน มีการใช้แนวคิด Zero Friction Loop ที่ผสาน AI เข้าสู่ระบบนิเวศน์แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้ AI ช่วยค้นหาสินค้า ไปจนถึงตั้งค่าให้ AI ตัดสินใจตัดเงินซื้อสินค้าอัตโนมัติเมื่อสินค้าลดราคาถึงเป้าหมาย ซึ่งเป็นวิธีการรวมศูนย์ที่ทำให้กระบวนการซื้อขายสั้นลงอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับการทำการตลาดและการนำ AI มาใช้สร้างสรรค์คอนเทนต์ แบรนด์ต้องระวัง Authenticity Border หรือเส้นแบ่งความดั้งเดิมของมนุษย์ ผู้บริโภคยอมรับให้ AI ทำงานที่เป็นประโยชน์ (Utility) แต่จะปฏิเสธหรือต่อต้านทันทีหาก AI ถูกนำมาใช้เลียนแบบจรรยาบรรณ จิตวิญญาณ ความทรงจำ หรืออารมณ์ความรู้สึกเชิงลึกของคน

เพื่อรักษาเสน่ห์ของความเป็นมนุษย์ไว้ นักการตลาดสามารถใช้เฟรมเวิร์ก SMCA เข้ามาช่วยทำงาน

  • Spark มนุษย์หาอินไซต์ตั้งต้นในบริบทจริง
  • Multiply ใช้ AI ช่วยจับคู่และขยายไอเดียให้ได้จำนวนมาก
  • Curate มนุษย์ใช้วิจารณญาณคัดเลือกไอเดียที่สอดคล้องกับอารมณ์
  • Amplify ให้ AI และเทคโนโลยีช่วยกระจายชิ้นงานนั้นไปสู่เป้าหมาย

การเมือง สปช. (สร้างเสริมประเทศไทย ใช่ไหม?)

  • คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ (ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน)
  • ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ (CEO และผู้ก่อตั้ง iTAX)

เรื่องการเมืองเป็นสิ่งใกล้ตัวและเป็นกลไกสำคัญที่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจรวมถึงชีวิตประจำวันโดยตรง อย่างไรก็ตาม การบริหารงานของภาครัฐในเชิงเทคโนโลยีมักประสบปัญหา โดยปัจจุบันไทยมีแอปพลิเคชันรัฐกว่า 2,700 แอปที่ใช้งบประมาณมหาศาล แต่ส่วนใหญ่กลับได้คะแนนรีวิวต่ำและใช้งานจริงไม่ค่อยได้ สาเหตุหลักมาจากรัฐมักคิดเพียงแค่อยากนำเอกสารมาอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แต่ไม่ได้คิดถึงการแก้ปัญหาเพื่อความสะดวกของประชาชนจริงๆ

ในระดับท้องถิ่น ประชาชนมักต้องเผชิญกับระบบอุปถัมภ์ที่หยั่งรากลึก หรือที่เรียกว่าระบบบ้านใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ประชากรหนุ่มสาวไหลเข้าสู่เมืองหลวง เหลือเพียงผู้สูงอายุ ทำให้ชีวิตประจำวันและงานด้านเอกสารรัฐต้องพึ่งพาผู้นำท้องถิ่นอย่างกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านสูงมาก โครงสร้างเช่นนี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ยาก

แม้การขับเคลื่อนระบบราชการจะเป็นเรื่องยาก แต่ประชาชนมีพลังสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ผ่าน “สตม. โมเดล” ซึ่งได้แก่

  • สงสัย ไม่ยอมรับสิ่งที่ผิดปกติ
  • ตัวแทนหมู่บ้าน เป็นหูเป็นตาในประเด็นที่ตนเองสนใจ
  • มีเดีย ใช้วิธีส่งเสียงหรือเปิดประเด็นผ่านโซเชียลมีเดีย

เพราะเมื่อเสียงในโซเชียลกลายเป็นข่าว สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะถูกกดดันให้ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาในที่สุด

Young Gen Marketing เจาะการตลาดคนรุ่นใหม่แบบไม่ลืมที่จะเริ่ด

  • คุณกันต์กนิษฐ์ จังพานิช (Chief Marketing Officer Potato Corner)
  • คุณชนินทร์ นาคะรัตนากร (Chief Marketing Officer Pizza Hut)

การตลาดสำหรับวัยรุ่นหรือ Young Gen ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การโฟกัสเรื่องอายุ แต่เป็นการทำความเข้าใจพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงและค้นหาข้อมูลเก่ง กุญแจสำคัญคือแบรนด์ต้องมี Insight ที่แท้จริง เช่น พฤติกรรม “เติมไฟ” บน TikTok นำเสนอด้วย Bold Idea ที่เตะตาแต่แรกเห็น และเล่าเรื่องแบบ Simple Storytelling ที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องประดิษฐ์มาก

นอกจากนี้ กลยุทธ์การมัดใจคนรุ่นใหม่ยังเปรียบเสมือน การจีบกัน (Loyalty is like dating) แบรนด์ไม่สามารถใช้แค่ระบบคะแนนสะสมมาซื้อความภักดีได้อีกต่อไป แต่แบรนด์ต้องทำให้ตัวเองดูน่าสนใจ เข้าไปอยู่ในจุดที่ผู้บริโภคมองเห็น พูดคุยในเรื่องที่เขาสนใจ และสร้างประสบการณ์ความทรงจำดีๆ ให้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

แม้พฤติกรรมคนรุ่นใหม่และเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป แต่แก่นหลักของการตลาดที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือ ทฤษฎี 4Ps (Product, Price, Place, Promotion) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพของสินค้า (Product) ที่หากเริ่มต้นมาไม่ดี ต่อให้มีงบการตลาดหรือใช้ KOL ทรงพลังแค่ไหนก็ไม่สามารถหลอกผู้บริโภคในระยะยาวได้ นอกจากนี้เรื่องของความคุ้มค่ากับราคา (Price) ก็ยังเป็นสิ่งที่ลูกค้าทุกคนคำนึงถึงเสมอ

คอนเทนต์ไม่ฟีด ครึ่งปีหลังอัลกอริทึมเอาไงดี

  • คุณศรัณย์ แบ่งกุศลจิต (CEO Uppercuz Creative และเจ้าของเพจการตลาดการเตลิด)

ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ปัญหาการทำคอนเทนต์แล้วคนไม่ค่อยเห็นไม่ได้มาจากอัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสภาวะ Content Overload ที่ปัจจุบันมีครีเอเตอร์ถึง 9 ล้านคนผลิตคอนเทนต์ออกมามากมาย แต่จำนวนผู้ชมมีเท่าเดิม ส่งผลให้แพลตฟอร์มต่างๆ ต้องคัดกรองอย่างหนักเพื่อนำส่งเฉพาะคอนเทนต์ที่มีคุณภาพจริงๆ และเป็นคอนเทนต์ที่สามารถสร้างยอดขายหรือให้ประโยชน์ต่อแพลตฟอร์มได้

อีกหนึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคที่น่าสนใจคือการเติบโตของ Shadow Step หรือดาร์กโซเชียล ผู้คนในยุคนี้อาจจะดูวิดีโอแล้วไม่กดไลก์ หรือไม่กดติดตามเพจ เพราะไม่อยากให้อัลกอริทึมจับพฤติกรรมได้ แต่พวกเขากลับนิยมส่งลิงก์วิดีโอป้ายยาไปให้เพื่อนทางแชทส่วนตัวแทน ทำให้นักการตลาดไม่สามารถวัดความสำเร็จด้วยยอดไลก์เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป

กลยุทธ์สำคัญสำหรับช่วงนี้คือ ไม่ควรทุ่มเทให้กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเท่านั้น และอย่าไปหมกมุ่นกับกฎของอัลกอริทึมมากเกินไปจนเสียความคิดสร้างสรรค์ ครีเอเตอร์และแบรนด์ควรผลิตคอนเทนต์คุณภาพออกมา 1 ชิ้น แล้วนำไปปรับแต่งกระจายลงในทุกแพลตฟอร์ม ทั้งวิดีโอสั้น ภาพนิ่ง และโพสต์ขนาดยาว (YouTube, IG, TikTok, Facebook) เพื่อกวาดฐานผู้ชมที่หลากหลาย และเน้นการสร้างแฟนคลับตัวจริงที่จะเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์

AI The Final Disruption หรือนี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้าย

  • คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (CEO at Show No Limit และ Host of #BTbeartai)
  • คุณศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย (Network Engineer / Founder บริษัท วีอาร์ ออนไลน์ จำกัด และอดีตพิธีกรรายการแบไต๋)

คลื่นของการพัฒนาเทคโนโลยี AI ในครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงที่สุด (Quick Disruption) เมื่อเทียบกับยุคคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต หรือสมาร์ทโฟน มันทำให้คนทำงานกลุ่มพนักงานออฟฟิศระดับกลาง (White-collar) เกิดความตื่นตระหนกและกลัวที่จะถูกแย่งงาน เพราะเครื่องมือ AI สามารถทำงานวิเคราะห์ ออกแบบ หรือสร้างรายงานได้ไวกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม AI จะเป็นเสมือน “โดเรม่อน” หรือเครื่องมือวิเศษประจำตัวที่จะเข้ามาช่วยติดปีกให้มนุษย์เก่งขึ้น ในวงการนักพัฒนาซอฟต์แวร์ อาจเกิดเทรนด์ของ “One Person Company” ที่ผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวใช้ความสามารถของ AI ในการเขียนโค้ดเพื่อสร้างสเกลงานที่ใหญ่โตเทียบเท่าบริษัทซอฟต์แวร์เฮาส์เดิมได้ มนุษย์ไม่ได้กำลังถูกไล่ออก แต่กำลังถูกผลักดันให้บริหารจัดการโปรเจกต์และรับผิดชอบภาพรวมได้มากขึ้น

ทักษะที่สำคัญที่สุดในการอยู่ร่วมกับ AI คือทักษะการตั้งคำถาม หรือที่เรียกว่า “Grilling” มนุษย์จะต้องหัดป้อนคำถามกลับไปกลับมาเพื่อเจียระไนความคิดและจัดระบบกรอบความต้องการให้ชัดเจน ท้ายที่สุด เสน่ห์ที่ AI ยังขาดหายไปและเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์อยู่รอด คือการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความฉลาดทางอารมณ์ และศิลปะในการสื่อสารที่เต็มไปด้วยหัวจิตหัวใจแบบมนุษย์ด้วยกันเอง

บรรณาธิการ CEEi ดูแลเนื้อหาด้านเทคโนโลยี Gadget ทุกประเภท

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...