กระทรวง อว. โดย สอวช. ร่วมกับ AIS Academy และ IRIS Consulting เปิดตัว TARI ดัชนีประเมินความพร้อมด้าน AI ขององค์กรธุรกิจในวันนี้ เพื่อช่วยประเมินศักยภาพและวางแผนขับเคลื่อนองค์กรสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัล
ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ทว่าความท้าทายหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ความพร้อมขององค์กร โดยเฉพาะเรื่องของ “คน” โครงการ Thailand AI Readiness Index หรือ TARI จึงถูกพัฒนาขึ้น โดยระบุว่าเป็นเครื่องมือกลางให้องค์กรต่าง ๆ ใช้ประเมินช่องว่าง ทั้งในแง่ของบุคลากร ข้อมูล และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อกำหนดทิศทางการนำ AI ไปปรับใช้ให้เกิดผลลัพธ์จริง
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุว่า “AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม นวัตกรรม และกำลังคน”

ขณะที่ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวเสริมว่าข้อมูลจาก TARI จะเป็นฐานสำคัญให้ภาครัฐนำไปวิเคราะห์และออกแบบนโยบายสนับสนุนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละอุตสาหกรรมต่อไป

ทางด้าน นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร AIS กล่าวว่า “คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนที่ใคร แต่คือเราจะสร้างความพร้อมให้คน องค์กร และประเทศ ใช้ AI เพื่อสร้างผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไร โดยทรัพยากรมนุษย์นั้นยังเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด” ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ นายบริวัฒน์ ปิ่นประดับ ประธานกรรมการ IRIS Consulting ที่กล่าวว่าหลายองค์กร มีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อน AI แต่ยังขาดความมั่นใจในการจัดลำดับความสำคัญของการลงทุน การมีเครื่องมือวัดความพร้อมที่เป็นมาตรฐานกลางจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง


นอกเหนือจากการประกาศความร่วมมือของทั้ง 3 องค์กรหลักแล้ว ข้อมูลจากการนำเสนอบนเวทีเสวนาภายในงาน ยังได้เน้นย้ำถึงแก่นสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน ว่าแท้จริงแล้วความพร้อมด้าน AI (AI Readiness) ไม่ได้เริ่มต้นที่ตัวเทคโนโลยี แต่ต้องเริ่มต้นที่ “คน” (People) เป็นศูนย์กลาง

กรอบการขับเคลื่อนดังกล่าว มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศที่ตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เซมิคอนดักเตอร์ และอาหารแห่งอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการเร่งสร้างบุคลากรทักษะสูง (Talent Pipeline) อย่าง Data Scientist และ AI Engineer ผ่านกลไก Higher Education Sandbox เพื่อลดปัญหาการผลิตกำลังคนไม่ตรงกับความต้องการของตลาด (Mismatch) นอกจากนี้ ในระดับองค์กรยังต้องมุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีทั้งทักษะเฉพาะทาง (Technical Skills) และทักษะทั่วไป (Generic Skills) ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Culture) ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล AI (AI Governance & Ethics) อย่างเคร่งครัด


ดัชนี TARI จะประเมินความพร้อมขององค์กรผ่าน 8 มิติสำคัญ ได้แก่

โดยจะขับเคลื่อนผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
ปัจจุบัน มีองค์กรชั้นนำระดับประเทศกว่า 40 แห่ง เข้าร่วมเป็นกลุ่มบุกเบิกในการประเมินแล้ว อาทิ KBank, GULF, SCG, BDMS, LINE MAN Wongnai, SANSIRI, WHA และ King Power โดยโครงการนี้ ตั้งเป้าหมายดึงดูดธุรกิจเข้าร่วมประเมินจำนวน 5,000 แห่งในปีแรก และขยายผลสู่ผู้ประกอบการ SME รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ รวม 20,000 แห่งในระยะต่อไป สำหรับองค์กรที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ thailand-tari.ai






