
หน้าฝนหรือน้ำท่วมแบบนี้ คนใช้รถ EV ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะแม้รถยนต์ไฟฟ้าจะออกแบบให้ทนต่อน้ำในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถขับลุยน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัยทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะกรณีที่น้ำสูงจนถึงแบตเตอรี่แรงดันสูง หรือรถถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน
รถ EV หลายรุ่นออกแบบให้มีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่น เช่น IP67 หรือ IP68 หรือกันน้ำลึก 1 เมตรได้ประมาณ 30 นาทีซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำในสถานการณ์ทั่วไป แต่ระดับการป้องกันนี้ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำรถไปลุยน้ำลึกได้โดยไม่มีข้อจำกัด ดังนั้นควรตรวจสอบคู่มือของรถแต่ละรุ่นเป็นหลัก

หากเป็นเพียง น้ำขังตื้นบนถนน และผู้ผลิตอนุญาตให้ขับผ่านได้ ควรประเมินระดับน้ำก่อน โดยคำแนะนำทั่วไปคือหลีกเลี่ยงน้ำที่สูงเกินประมาณ 40 เซนติเมตรหรือใกล้ระดับขอบประตูรถ หากจำเป็นต้องขับผ่าน ควรขับช้าๆ ด้วยความเร็วคงที่ ไม่เร่งหรือเบรกกะทันหัน และเว้นระยะจากรถคันหน้า เพราะรถคันอื่นอาจสร้างคลื่นน้ำทำให้ระดับน้ำรอบตัวรถสูงขึ้น
แต่ถ้าน้ำสูงจนมองไม่เห็นพื้นถนน มีน้ำไหลแรง หรือระดับน้ำเข้าใกล้ห้องโดยสารและแบตเตอรี่ ไม่ควรเสี่ยงขับผ่าน เพราะเราไม่สามารถประเมินความลึกและสิ่งกีดขวางใต้น้ำได้
กรณีรถจมน้ำหรือถูกน้ำท่วมถึงระดับแบตเตอรี่แรงดันสูง แตกต่างจากการขับผ่านน้ำขังตื้นอย่างมาก เพราะน้ำอาจทำให้เกิดการลัดวงจรและสร้างความเสี่ยงจากไฟฟ้าแรงดันสูงได้
เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ได้รับความเสียหายอาจเกิดความร้อนและปฏิกิริยาต่อเนื่องภายในเซลล์ หรือที่เรียกว่า Thermal Runaway ซึ่งอาจนำไปสู่ควัน ก๊าซไวไฟ หรือไฟไหม้ได้ ที่สำคัญความเสียหายจากน้ำอาจไม่ได้แสดงอาการทันที และไฟสามารถเกิดขึ้นภายหลังจากน้ำลดแล้วได้
NHTSA ระบุว่ารถ EV ที่ถูกน้ำท่วมไม่ควรจอดไว้ในโรงรถหรือใกล้บ้าน อาคาร รถคันอื่น หรือวัสดุที่ติดไฟได้ โดยแนะนำระยะห่างอย่างน้อย 50 ฟุต หรือประมาณ 15 เมตร หากสงสัยว่าแบตเตอรี่ได้รับความเสียหาย
หากมีการแจ้งเตือนว่าจะเกิดพายุหรือน้ำท่วม ควรเตรียมรถล่วงหน้า

หากรถถูกน้ำท่วมหรือสงสัยว่าน้ำเข้าไปถึงแบตเตอรี่ อย่าเพิ่งลองสตาร์ต ขับรถ หรือเสียบชาร์จด้วยตัวเอง ควรติดต่อศูนย์บริการหรือช่างที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบ EV และแบตเตอรี่แรงดันสูงให้ตรวจสอบก่อน เพราะ NHTSA ระบุว่าชิ้นส่วนแรงดันสูงในรถที่ถูกน้ำท่วมอาจยังมีพลังงานอยู่ และมีความเสี่ยงไฟฟ้าช็อตหรือไฟไหม้
หากพบ ควัน กลิ่นผิดปกติ เสียงฟู่ เสียงแตกหรือปะทุ ประกายไฟ ของเหลวรั่ว หรือความร้อนผิดปกติบริเวณแบตเตอรี่ ให้ถอยห่างจากรถและติดต่อหน่วยฉุกเฉินทันที ไม่ควรเข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเอง
รถ EV ที่ถูกน้ำท่วมจนแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายไม่ควรถูกนำกลับมาใช้งานหรือกำจัดเหมือนรถทั่วไป การเคลื่อนย้าย การลากจูง และการจัดเก็บต้องอาศัยขั้นตอนที่เหมาะสมกับรถไฟฟ้า เพราะยังมีความเสี่ยงจากพลังงานที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่
NHTSA ยังมีคู่มือเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานในการจัดการรถ EV ที่เกิดอุบัติเหตุ ถูกน้ำท่วม หรือมีปัญหาด้านแบตเตอรี่แรงดันสูง
ที่มา evme / nationwide






