เปิดตัว MacBook Pro จอสัมผัส OLED 120Hz สว่าง 2000 นิตพร้อม Dynamic Island ชิป M5 Pro / M5 Max

THE SUMMARY:

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ ยกเครื่องประสบการณ์ใช้งานด้วยจอภาพ PROLED XDR ที่ใช้เทคโนโลยี Tandem OLED รองรับระบบสัมผัสเป็นครั้งแรกบน Mac พร้อมนำ Dynamic Island มาใช้งานบน MacBook ช่วยให้เข้าถึง Spotlight, Live Activities และ Siri AI ได้สะดวกขึ้น เสริมพลังด้วยชิป M5 Pro และ M5 Max ที่ออกแบบมาเพื่องานระดับมืออาชีพ พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง ในตัวเครื่องที่บางและเบากว่าเดิม

จอ Tandem OLED สว่างสูงสุด 2,000 นิต สีแม่นยำระดับมืออาชีพ

MacBook Pro รุ่นใหม่มาพร้อมจอภาพ PROLED XDR ที่ใช้เทคโนโลยี Tandem OLED ซึ่ง Apple พัฒนาทั้งโครงสร้างหน้าจอและระบบประมวลผลภาพ เพื่อให้ได้ความสว่างสูง คอนทราสต์โดดเด่น และแสดงผลสีได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับช่างภาพ นักออกแบบ ผู้ผลิตวิดีโอ และมืออาชีพที่ต้องทำงานกับสีอย่างจริงจัง

หน้าจอรองรับความสว่างสูงสุด 2,000 นิต ทั้งการแสดงผล HDR และ SDR พร้อมอัตราส่วนคอนทราสต์ 10,000,000:1 ช่วยให้รายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างของภาพมีความชัดเจนยิ่งขึ้น มาพร้อมเทคโนโลยี ProMotion รองรับอัตรารีเฟรชแบบปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่ 10Hz ถึง 120Hz เพื่อให้การแสดงผลลื่นไหลและช่วยประหยัดพลังงานเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้รีเฟรชเรตสูง

อีกหนึ่งจุดเด่นคือ รองรับขอบเขตสีทั้งมาตรฐาน P3 และ Adobe RGB ซึ่งเป็นประโยชน์กับงานถ่ายภาพ ออกแบบกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ HDR และปรับแต่งสี นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกกระจก Nano-texture ที่ช่วยลดแสงสะท้อน เหมาะสำหรับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า

Apple ยังเพิ่มเครื่องมือสำหรับงานระดับมืออาชีพ เช่น การปรับเทียบสีและโหมดอ้างอิงตามมาตรฐานอุตสาหกรรม รวมถึง DICOM สำหรับตรวจสอบภาพทางการแพทย์ที่ไม่ใช่เพื่อการวินิจฉัยโรค ตลอดจนรองรับ Genlock สำหรับซิงโครไนซ์การแสดงผลกับการบันทึกภาพในงานผลิตวิดีโอและ Virtual Production

MacBook Pro จอสัมผัสครั้งแรก พร้อม Dynamic Island

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ MacBook Pro รุ่นนี้คือ การเพิ่มระบบสัมผัสบนหน้าจอโดยตรง ผู้ใช้สามารถปัดเพื่อเลื่อนหน้าเว็บ ใช้นิ้วจีบเพื่อซูมภาพ ลากและวางสไลด์ รวมถึงแตะเพื่อจัดการหน้าต่างต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น โดยเซ็นเซอร์สัมผัสถูกรวมไว้ภายในแผงหน้าจอ เพื่อลดความหน่วงและทำให้การตอบสนองเป็นธรรมชาติ

ระบบจอสัมผัสยังเปิดโอกาสใหม่ให้กับงานสร้างสรรค์ นักออกแบบสามารถใช้หน้าจอเป็นพื้นที่วาดภาพและจัดการวัตถุได้โดยตรง นักดนตรีสามารถเล่นเครื่องดนตรีเสมือนจริงผ่านหน้าจอ ส่วนนักพัฒนาสามารถทดสอบการทำงานของแอป iOS และ iPadOS ที่รองรับระบบสัมผัสบน MacBook Pro ได้

Apple ระบุว่าแอปหลายประเภทสามารถใช้ประโยชน์จากระบบสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็น Notion, Canva, Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Adobe Lightroom, DaVinci Resolve, Blender, Cinema 4D และแอปด้านดนตรีอย่าง djay Pro

ในช่วงแรกมีแอปจำนวนหนึ่งสามารถรองรับการสัมผัสได้ทันทีผ่านระบบ macOS ขณะที่นักพัฒนาสามารถใช้ API ที่อัปเดตใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์สัมผัสโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ Apple ยังนำ Dynamic Island มาไว้บน Mac เป็นศูนย์กลางสำหรับ Spotlight, Live Activities และ Siri AI ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูล ดูการอัปเดตแบบเรียลไทม์ รับสายโทรศัพท์ ควบคุมเพลง หรือโต้ตอบกับการแจ้งเตือนบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว เช่น การตอบรับคำขอ AirDrop โดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหน้าต่างหลายครั้ง

ชิป M5 Pro และ M5 Max รองรับงานหนักและ AI บนอุปกรณ์

MacBook Pro รุ่นใหม่ขับเคลื่อนด้วยชิป M5 Pro และ M5 Max ซึ่ง Apple ระบุว่าเป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดที่บริษัทพัฒนาสำหรับแล็ปท็อประดับมืออาชีพ โดยออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูง ทั้งการพัฒนาซอฟต์แวร์ การสร้างคอนเทนต์ การประมวลผลข้อมูล และงาน AI

M5 Pro เหมาะสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และครีเอเตอร์ที่ต้องทำงานกับโปรเจกต์ขนาดใหญ่ เช่น การคอมไพล์โค้ด การประมวลผล AI การถอดรหัสพันธุกรรม และการตัดต่อวิดีโอ ProRes ความละเอียด 8K หลายสตรีมพร้อมกัน

ส่วน M5 Max มุ่งเน้นผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกระดับ เช่น ศิลปินวิชวลเอฟเฟกต์ นักสร้างโมเดล 3D นักพัฒนา AI และผู้ผลิตเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยสามารถรองรับการทำงานกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่มีพารามิเตอร์หลายแสนล้านตัวบนอุปกรณ์ได้ตามข้อมูลที่ Apple ระบุ

ชิปทั้งสองรุ่นยังมาพร้อม Neural Accelerator ที่รวมอยู่ใน GPU แต่ละคอร์ เพื่อเร่งการประมวลผล AI เช่น การใช้งาน Coding Agent บนเครื่องโดยตรง รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพด้านกราฟิกด้วย Shader Core รุ่นใหม่ เอนจิน Ray Tracing รุ่นที่ 3 และ Dynamic Caching ช่วยให้การเรนเดอร์ภาพ 3D และทำงานในแอปอย่าง Blender, Cinema 4D และ Unreal Engine มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับหน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) รองรับสูงสุด 128GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 16TB ทำให้สามารถจัดการไฟล์ขนาดใหญ่และเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ทั้งหน่วยความจำและพลังประมวลผลสูง

ตัวเครื่องบางและเบาลง แบตเตอรี่สูงสุด 24 ชั่วโมง

นอกจากการอัปเกรดภายในแล้ว MacBook Pro รุ่นใหม่ยังปรับดีไซน์ให้บางและเบากว่าเดิม โดยรุ่น 14 นิ้วมีน้ำหนักประมาณ 1.36 กิโลกรัม ส่วนรุ่น 16 นิ้วหนักประมาณ 1.81 กิโลกรัม ขณะที่โครงสร้างหน้าจอ OLED ช่วยให้ตัวเครื่องบางลง และขอบหน้าจอที่เล็กลงยังเพิ่มพื้นที่แสดงผลให้มากขึ้น

รุ่น 14 นิ้วยังคงหน้าจอขนาด 14.2 นิ้ว ส่วนรุ่น 16 นิ้วมีหน้าจอขนาด 16.3 นิ้ว พร้อมระบบจัดการความร้อนที่ออกแบบใหม่ เพื่อช่วยให้ชิป M5 Pro และ M5 Max รักษาประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง แม้ตัวเครื่องจะบางและเบาลง

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์การทำงานนอกสถานที่โดยไม่ต้องพกอะแดปเตอร์ตลอดเวลา และยังรองรับการชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ภายในประมาณ 30 นาที เมื่อใช้อุปกรณ์ชาร์จที่รองรับ

ลำโพง 6 ตัว พอร์ต Thunderbolt 5 และกล้อง 12MP

ด้านระบบเสียง MacBook Pro รุ่นใหม่มาพร้อมลำโพง 6 ตัวที่ปรับปรุงวูฟเฟอร์ใหม่ ให้เสียงเบสลึกขึ้น 50% พร้อมรองรับ Spatial Audio และ Dolby Atmos เพื่อเพิ่มมิติในการฟังเพลงและรับชมภาพยนตร์ รวมถึงไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอที่ออกแบบมาให้เสียงชัดเจนสำหรับการประชุม การบันทึกเสียง และการสั่งงานด้วยเสียง

ตัวเครื่องยังมีกล้องความละเอียด 12MP พร้อม Center Stage ที่ช่วยจัดตำแหน่งผู้ใช้ให้อยู่ในเฟรมระหว่างวิดีโอคอล และมีพอร์ตเชื่อมต่อสำหรับการทำงานระดับมืออาชีพครบครัน ได้แก่ Thunderbolt 5 จำนวน 3 พอร์ต, HDMI, ช่องอ่านการ์ด SDXC, MagSafe และช่องหูฟัง พร้อมรองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6

MacBook Pro รุ่นที่ใช้ชิป M5 Pro รองรับการเชื่อมต่อจอภาพภายนอกได้สูงสุด 3 จอ ส่วนรุ่น M5 Max รองรับสูงสุด 4 จอ ขณะที่ระบบปฏิบัติการ macOS 27 ผสานการทำงานร่วมกับ Apple Intelligence และ Siri AI เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำงาน

สำหรับกำหนดการวางจำหน่ายตามข้อมูลที่ได้รับ Apple เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม และจะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ โดยราคาไทยมีดังนี้

  • MacBook Pro พร้อมจอภาพ PROLED XDR รุ่น 14 นิ้ว เริ่มต้นที่ 104,900 บาท
  • MacBook Pro พร้อมจอภาพ PROLED XDR รุ่น 16 นิ้ว เริ่มต้นที่ 124,900 บาท

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...