
Capcom เตรียมยกเครื่อง RE Engine ครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากเอนจินสำหรับสร้างเกม สู่แพลตฟอร์มที่ AI ที่ช่วยเขียนโค้ด ทดสอบเกม และตรวจหาบั๊กได้ เพื่อให้ทีมพัฒนาสามารถสร้างเกมร่วมกับ AI ได้ในอนาคต
Capcom เปิดเผยแผนพัฒนา RE Engine ให้ก้าวสู่สิ่งที่บริษัทเรียกว่า “Game Engine ยุค AI” ภายใต้โครงการใหญ่ชื่อ “REX Project” โดย Satoshi Ishida โปรแกรมเมอร์ของ Capcom เปิดเผยรายละเอียดในงาน Capcom Open Conference RE:2026 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา RE Engine เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2014 และถูกนำมาใช้ครั้งแรกกับ Resident Evil 7 ในปี 2017 ก่อนจะกลายเป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังเกมของ Capcom มากกว่า 30 เกมในเวลาต่อมา
Capcom มองว่าการพัฒนาเกมยุคใหม่กำลังมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ขั้นตอน Build และการปรับแก้เกมใช้เวลานาน รวมถึงจำนวนผู้พัฒนาที่ใช้งาน RE Engine ซึ่งมีมากกว่า 2,000 คน และกระจายอยู่ในหลายประเทศ
อีกปัจจัยสำคัญคือ AI ซึ่ง Capcom ต้องการให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาเกมตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเสริมที่ติดตั้งเข้ามาภายหลัง
ภายใต้ REX Project Capcom เตรียมพัฒนาเครื่องมือหลายส่วน เช่น RE สำหรับจัดการข้อมูลหลายรูปแบบ, RE ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือพัฒนา และ RE ที่ปรับระบบบันทึกข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมี RE ระบบ Visual Scripting ที่สามารถแปลงคำสั่งเป็นโค้ดมาตรฐานโดยอัตโนมัติ ขณะที่ RE จะปรับปรุงการประมวลผลแบบ Batch เพื่อรองรับตัวละครจำนวนมาก พร้อมเลเยอร์ประมวลผลใหม่อย่าง RE++
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ Capcom ต้องการพัฒนา RE Engine ให้ AI สามารถ เข้าใจและเขียนโค้ด, ทดสอบเกมด้วยตัวเองเพื่อค้นหาบั๊ก รวมถึงเข้ามาช่วยสนับสนุนกระบวนการพัฒนาเกมโดยตรง เป้าหมายระยะยาวคือการทำให้ทีมพัฒนาสามารถ “สร้างเกมร่วมกับ AI” ได้อย่างแท้จริง โดย Capcom ระบุว่าได้เปิดซอร์สโค้ดของเทคโนโลยีบางส่วนเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการฝึก AI แล้ว
Capcom ย้ำก่อนหน้านี้ว่าการนำ Generative AI มาใช้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเปิดโอกาสให้นักพัฒนามีเวลาโฟกัสกับงานสร้างสรรค์มากขึ้น ขณะที่ ความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นหัวใจของเกมยังควรอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของมนุษย์
ที่มา eurogamer







