เจาะการทำงาน Google Flood Hub เครื่องมือ AI แจ้งเตือนน้ำท่วมล่วงหน้า 7 วัน

THE SUMMARY:

กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อ Google Flood Hub เครื่องมือ AI แจ้งเตือนน้ำท่วมฉับพลันในหลายจังหวัดของไทย หลายคนสงสัยว่าเครื่องมือนี้ทำงานอย่างไรและแม่นยำแค่ไหล ลองไปดูการทำงานเบื้องหลังของเครื่องมือตัวนี้กัน

ทำความรู้จักกับ Google Flood Hub

Flood Hub คือ ระบบคาดการณ์และแจ้งเตือนภัยน้ำหลากจาก Google พร้อมขยายขอบเขตการทำงานครอบคลุมแม่น้ำและลุ่มน้ำสำคัญทั่วโลก เพื่อช่วยให้ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐสามารถเตรียมรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที  

เบื้องหลังคือการ นำเทคโนโลยี AI มาประมวลผลข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลดาวเทียม และข้อมูลสภาพอากาศย้อนหลัง เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้าสูงสุดถึง 7 วัน

เป้าหมายสำคัญของโปรเจกต์นี้คือการลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูงที่ขาดแคลนระบบเตือนภัยล้ำสมัย  

ปัจจุบัน Flood Hub ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำในมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ช่วยปกป้องประชากรกลุ่มเสี่ยงกว่า 2,000 ล้านคน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยี AI มาใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ระบบทำงานอย่างไร?

เบื้องหลังความแม่นยำของ Flood Hub เกิดจากการทำงานร่วมกันของ โมเดล AI หลัก 2 ตัว คือ

  1. Hydrologic Model (โมเดลอุทกวิทยา): ทำหน้าที่คำนวณและคาดการณ์ปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านในลำน้ำหรือแม่น้ำสายต่างๆ โดยประมวลผลจากข้อมูลการคาดการณ์ฝนและสภาพอากาศ  
  2. Inundation Model (โมเดลพื้นที่น้ำท่วม): นำข้อมูลปริมาณน้ำจากโมเดลแรกมาจำลองภาพจริงว่า น้ำจะไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บริเวณใดบ้าง พร้อมแสดงระดับความลึกของน้ำในแต่ละจุดได้อย่างละเอียด

จุดเด่นที่น่าสนใจ

  • แจ้งเตือนล่วงหน้าสูงสุด 7 วัน: ช่วยให้ชุมชนและหน่วยงานกู้ภัยมีเวลาเตรียมความพร้อมและอพยพได้อย่างทันท่วงที
  • เข้าถึงฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย: ข้อมูลทั้งหมดเปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้แบบสาธารณะผ่านหน้าเว็บ Flood Hub  
  • อัปเดตข้อมูลทุกวัน: มีการปรับปรุงข้อมูลคาดการณ์รายวันตามสภาพอากาศจริงที่เปลี่ยนแปลง  
  • เชื่อมต่อหลากช่องทาง: ข้อมูลเตือนภัยวิกฤตสามารถแสดงผลผ่าน Google Search, Google Maps และการแจ้งเตือนบนระบบปฏิบัติการ Android ได้โดยตรง  

ส่วนการแสดงผลตอนนี้จะแบ่งเป็น 2 เลเยอร์ คือ น้ำล้นตลิ่งโดยจะแบ่งเป็น 5 เข้าใจง่าย ตั้งแต่ อันตรายมาก(สีเลือดหมู), อันตราย(สีแดง). เฝ้าระวัง(สีเหลือง), ปกติ(สีเขียว) และไม่มีข้อมูล

ส่วนอีกเลเยอร์ที่ยังอยู่ในช่วงทดสอบคือ โอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันในเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งเกิดจากฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น จากพายุฝนฟ้าคะนองหรือพายุโซนร้อน การคาดการณ์จากทีมวิจัยของ Google เป็นช่วง 24 ชั่วโมงถัดไปที่ความละเอียด 20×20 กิโลเมตร แต่ต้องบอกว่าการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมมีเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ผู้ใช้ยังจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

ใครที่อยากเช็กสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตัวเองหรือพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเข้าไปทดลองใช้งานและดูแผนที่แบบเรียลไทม์ได้ที่เว็บไซต์ Google Flood Hub ได้เลย

ที่มา flood-hub

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...