
เวลาที่เราใช้สมาร์ตโฟนในการถ่ายภาพ ตัวเครื่องมักจะส่งเสียงชัตเตอร์ออกมาให้ได้ยิน ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา หรือประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกจะสามารถปิดเสียงชัตเตอร์ด้วยการ Mute หรือโหมดสั่น แต่สำหรับประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีนั้นจะแตกต่างออกไปครับ
สำหรับสมาร์ตโฟนที่วางจำหน่ายและใช้งานในประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศเกาหลีใต้ จะไม่สามารถปิดเสียงชัตเตอร์ได้ ไม่ว่าผู้ใช้งานจะตั้งค่าเครื่องให้อยู่ในโหมดเงียบหรือโหมดห้ามรบกวนก็ตาม แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องน่ารำคาญ แต่การบังคับใช้นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการปกป้องสิทธิส่วนบุคคล
ย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษ 2000 โทรศัพท์มือถือพกพารุ่นแรกของญี่ปุ่นที่มาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปในตัวอย่าง Kyocera VP-210 ได้ถูกเปิดตัวออกมา ในเวลานั้นตัวเครื่องยังไม่มีระบบเสียงชัตเตอร์เตือน ส่งผลให้เกิดปัญหาใหม่ในสังคมตามมาทันที นั่นคือการแอบถ่ายภาพอนาจาร (ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Tosatsu – 盗撮) โดยเฉพาะในพื้นที่แออัดอย่างบนรถไฟและสถานีรถไฟ
จะเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อคนดังอย่าง มาซาชิ ทาชิโระ (Masashi Tashiro) ถูกจับกุมหลังจากใช้กล้องโทรศัพท์มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงคนหนึ่งที่สถานีรถไฟ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรวมถึงบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์ในญี่ปุ่นต้องรวมตัวกันทำข้อตกลงร่วมกันว่า นับจากนี้เป็นต้นไป โทรศัพท์ทุกเครื่องจะต้องมีเสียงชัตเตอร์ที่ดังชัดเจน และห้ามมีฟังก์ชันให้ผู้ใช้งานปิดเสียงได้
จากที่เคยเป็นเพียงข้อตกลงร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มอุตสาหกรรมมือถือ ในเวลาต่อมา ทางการญี่ปุ่นก็ได้ยกระดับมาตรการทางกฎหมายให้เข้มงวดขึ้น โดยมีการแก้ไข ข้อบัญญัติว่าด้วยการพัฒนาเยาวชนอย่างเหมาะสม (Ordinance on the Healthy Development of Juveniles) ในปี 2015 และออกกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายเพิ่มเติมเพื่อสั่งห้ามการปิดเสียงชัตเตอร์และเอาผิดผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้ สมาร์ทโฟนทุกเครื่องที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่น ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์ระดับโลกอย่าง Apple จึงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเหล่านี้อย่างเคร่งครัด ยิ่งไปกว่านั้น การถ่ายภาพโดยไม่มีเสียงชัตเตอร์ในญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องต้องห้ามทางสังคมที่ร้ายแรง เพราะชาวญี่ปุ่นยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวอย่างมาก
นอกจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว ประเทศเกาหลีใต้ก็คืออีกหนึ่งประเทศในโลกที่มีกฎระเบียบบังคับเรื่องเสียงชัตเตอร์สมาร์ตโฟนในลักษณะเดียวกันทุกประการ โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาอาชญากรรมการแอบถ่าย หรือที่ในเกาหลีใต้เรียกว่ามลคา (Molka – 몰카) หมายถึงเป็นการแอบถ่ายภาพหรือวิดีโอในที่สาธารณะ ห้องน้ำ หรือห้องลองเสื้อผ้า ที่กลายเป็นปัญหาสังคมระดับชาติ
ในปี 2003 รัฐบาลเกาหลีใต้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มผลักดันมาตรการป้องกันการแอบถ่าย ต่อมาในปี 2004 สมาคมเทคโนโลยีโทรคมนาคมแห่งเกาหลีใต้ (Telecommunications Technology Association หรือ TTA) ได้ออกข้อกำหนดมาตรฐานทางเทคนิค บังคับให้โทรศัพท์มือถือที่มีกล้องถ่ายรูปทุกเครื่องที่ผลิตและวางจำหน่ายในเกาหลีใต้ ต้องมีเสียงชัตเตอร์เมื่อทำการถ่ายภาพ โดยกำหนดไว้ว่าเสียงชัตเตอร์ของสมาร์ตโฟนจะต้องมีความดังอยู่ในระดับ 60 ถึง 68 เดซิเบล และห้ามไม่ให้ผู้ใช้งานสามารถปิดเสียง ลดเสียง หรือดัดแปลงแก้ไขเสียงดังกล่าวได้แม้จะเปิดโหมดเงียบก็ตาม
แม้มาตรการนี้จะมีเจตนาที่ดี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็เกิดกระแสเรียกร้องจากผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้จำนวนมากให้เปลี่ยนกฏนี้ โดยผลสำรวจในปี 2023 จากคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมืองของเกาหลีใต้ (ACRC) ที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 3,476 คน พบว่า ชาวเกาหลีใต้ถึง 86% ต้องการให้ยกเลิกข้อบังคับนี้ และอยากให้สามารถเลือกปิดเสียงชัตเตอร์ได้ เนื่องจากการมีเสียงชัตเตอร์เป็นเรื่องน่าอายในบางพื้นที่ เช่น ในห้องสมุด ห้องเรียน พิพิธภัณฑ์ หรือเวลาถ่ายรูปสัตว์เลี้ยงและเด็กทารกที่กำลังหลับ
มาตรการห้ามปิดเสียงชัตเตอร์ในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้เทคโนโลยีและข้อบังคับเพื่อรับมือกับปัญหาอาชญากรรมการแอบถ่ายและปกป้องสิทธิส่วนบุคคลอย่างจริงจัง แม้ว่าในปัจจุบันจะเริ่มเกิดคำถามถึงความสมดุลระหว่างความปลอดภัยในสังคมกับความสะดวกสบายของผู้ใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้งานในสถานที่ที่ต้องการความเงียบสงบก็ตาม






