
Hitachi เปิดตัวแนวทางบำรุงรักษารถไฟด้วย AI ที่ช่วยตรวจจับความผิดปกติของชิ้นส่วนก่อนเกิดความเสียหายจริง ลดโอกาสรถไฟขัดข้องและหยุดให้บริการกะทันหัน โดยนำเซนเซอร์ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนมาติดตั้งใต้ตู้รถไฟ เพื่อให้ทีมวิศวกรสามารถวางแผนซ่อมบำรุงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีนี้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม HMAX for Rail ที่ Hitachi นำไปสาธิตภายในงาน CEATEC 2026 ประเทศญี่ปุ่น โดยเซนเซอร์จะติดตั้งบริเวณโบกี้ ซึ่งเป็นโครงสร้างใต้ตู้รถไฟที่รองรับล้อและระบบช่วงล่าง พร้อมตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนระหว่างรถไฟวิ่ง

เมื่อชิ้นส่วนเริ่มสึกหรอหรือเกิดความผิดปกติ รูปแบบแรงสั่นสะเทือนจะเปลี่ยนไป ระบบจึงนำข้อมูลที่ตรวจวัดได้มาเปรียบเทียบกับรูปแบบปกติ เพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์และแจ้งเตือนความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนปัญหาจะลุกลามจนกระทบต่อการเดินรถ
จุดเด่นสำคัญคือการเปลี่ยนจากการซ่อมบำรุงตามรอบเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า มาเป็นการซ่อมบำรุงตามสภาพจริง (Condition-based Maintenance) โดยนำข้อมูลจากเซนเซอร์มาวางแผนตรวจสอบและซ่อมแซมเฉพาะจุดที่จำเป็น ช่วยลดการนำรถไฟออกจากระบบโดยไม่จำเป็น พร้อมลดค่าใช้จ่ายและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

ผลลัพธ์จาก Great Western Railway ในสหราชอาณาจักร เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ โดย Hitachi ระบุว่าการนำเทคโนโลยีติดตามสภาพอุปกรณ์มาใช้กับรถไฟ Class 800 และ 802 ช่วยลดเวลาหยุดให้บริการเพื่อซ่อมบำรุงชุดโบกี้ได้ 50% เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน 47% ลดงานซ่อมบำรุงตามรอบ 37% และลดสต็อกวัสดุซ่อมบำรุง 26% นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มวันให้บริการรถไฟได้รวม 481 วันต่อปีในส่วนงานที่ติดตามตรวจสอบ
นอกจากตัวรถไฟแล้ว HMAX ยังสามารถรวบรวมข้อมูลจากราง ประแจสับราง และระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการมองเห็นภาพรวมของเครือข่ายและวางแผนบำรุงรักษาได้ดียิ่งขึ้น โดยมีตัวอย่างการใช้งานกับ Copenhagen Metro ในเดนมาร์ก ซึ่งให้บริการรถไฟอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับแผนขยายการใช้งาน Hitachi ระบุว่า ปัจจุบันมีรถไฟประมาณ 2,500 ขบวนที่ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ HMAX และคาดว่าจะเพิ่มเป็นเกือบ 3,500 ขบวนตามคำสั่งซื้อที่มีอยู่ พร้อมตั้งเป้าติดตั้งเซนเซอร์ HMAX ในรถไฟที่ผลิตใหม่ทุกขบวนตั้งแต่ปี 2027 รวมถึงรถไฟความเร็วสูง ETR1000
ที่มา ubergizmo






