
BYD สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการ EV อีกครั้ง เตรียมนำระบบชาร์จเร็ว Blade Battery 2.0 ไปใส่ในรถหลายรุ่น สามารถชาร์จแบตเตอรีจาก 10% เป็น 70% ได้ภายในเวลาแค่ 5 นาที
BYD ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ ที่ยังเร่งตามให้ทัน รายงานจาก Electrek ระบุว่า บริษัทเตรียมอัปเกรดรถยนต์รุ่นยอดนิยมหลายรุ่นด้วยระบบชาร์จความเร็วสูงนี้

เทคโนโลยี Blade Battery 2.0 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนที่ผ่านมา นอกจากการชาร์จ 10–70% ใน 5 นาทีแล้ว ยังสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 97% ได้ภายในราว 9 นาที และรองรับการใช้งานในสภาพอากาศหนาวจัดโดยใช้เวลาประมาณ 12 นาที แม้ในอุณหภูมิต่ำถึง -30 องศาเซลเซียส
ก่อนหน้านี้มีการยืนยันว่าจะนำไปติดตั้งในรถซีดานไฟฟ้าระดับหรูอย่าง Yangwang U7 รวมถึง Denza Z9 GT ที่เป็นรุ่นแรกที่ทำตลาดต่างประเทศสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 1,036 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน CLTC ของจีน
BYD เริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อในยุโรปแล้ว โดยวางตำแหน่ง Z9 GT ให้เป็นหัวหอกในการนำเทคโนโลยีชาร์จเร็วสู่ตลาดโลก พร้อมแนวคิด “พร้อมใช้งานใน 5 วินาที เต็มใน 9 นาที” เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนั้นเทคโนโลยีนี้ยังเตรียมนำไปใช้กับรถรุ่นยอดนิยมอย่าง Yuan Plus หรือ Atto 3 ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งติดอันดับรถยนต์ไฟฟ้าขายดีของโลกในปี 2025
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน ที่กำลังกดดันคู่แข่งทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งสถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นหลังมีการยกเลิกมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าบางส่วน ส่งผลให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์ใหม่
แม้ปัจจุบันสหรัฐฯ จะตั้งกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนสูงถึง 100% แต่ความเคลื่อนไหวในอเมริกาเหนือเริ่มเปลี่ยนไป หลังแคนาดาเปิดความร่วมมือใหม่กับจีน ซึ่งอาจเปิดทางให้รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเข้าสู่ภูมิภาคได้มากขึ้น และกลายเป็นอีกประเด็นสำคัญในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกในอนาคต
ความก้าวหน้าของ BYD ไม่ได้เป็นแค่เรื่อง “ชาร์จเร็วขึ้น” แต่กำลังเปลี่ยนเกมการแข่งขันทั้งอุตสาหกรรม เพราะหากเวลาชาร์จลดลงจนใกล้เคียงการเติมน้ำมันจริง ๆ หนึ่งในข้อจำกัดหลักของรถยนต์ไฟฟ้าจะหายไปทันที
หลายค่ายเองก็ต่างหันมาพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จเร็วมากขึ้น แต่ค่ายรถที่ยังพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรีและโครงสร้างพื้นฐานไม่ทัน อาจทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันได้
ที่มา gizmodo





