พบข้อมูลมหาดไทย-ทะเบียนรถหลุด ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงถูกสวมรอย-หลอกลวง

THE SUMMARY:

เกิดกระแสความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลหลุดต่อเนื่อง ทั้งข้อมูลมหาดไทยและทะเบียนรถ ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนเสี่ยงถูกนำข้อมูลไปสวมรอยหรือใช้ในการหลอกลวง

เคสแรกมีการตรวจพบเว็บไซต์ภายนอกที่เปิดให้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์และผู้ครอบครองได้จากทะเบียนรถหรือหมายเลขโทรศัพท์ แต่ประชาชนยังไม่ได้รับการแจ้งเตือนเหตุข้อมูลรั่วไหล

คุณเอิร์ธ ธนรัตน์ เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า พบเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ของหน่วยงานรัฐ เปิดให้ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทะเบียนรถและการครอบครองรถ โดยสามารถค้นหาจาก เลขทะเบียนรถ หรือ หมายเลขโทรศัพท์ ได้

Screenshot

แม้ข้อมูลสำคัญอย่างชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชน จะถูกเบลอไว้ แต่ข้อมูลอื่น เช่น ประเภทรถ ยี่ห้อ สี และลักษณะตัวรถ ยังคงแสดงผลครบถ้วน นอกจากนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวยังมีระบบสำหรับเข้าสู่ระบบ (Login) ทำให้เกิดข้อกังวลว่าอาจมีการเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติม หรือเสี่ยงต่อการนำข้อมูลไปซื้อขายในอนาคต

ผู้เปิดเผยข้อมูลยังตั้งข้อสังเกตว่า หากข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่หลุดมาจากระบบของกรมการขนส่งทางบก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) และแจ้งเตือนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ตามแนวทางที่กฎหมาย PDPA กำหนด หากเข้าข่ายเป็นเหตุละเมิดข้อมูลที่มีความเสี่ยง

ในเบื้องต้น มีการประสานเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการด้านการสื่อสาร เพื่อขอให้ตรวจสอบที่มาของข้อมูลและติดตามข้อเท็จจริงต่อไป

พบข้อมูลมหาดไทยหลุดกระทบผู้บริหาร-ข้าราชการ

ต่อมาคุณธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ CEO บริษัท DomeCloud และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี บล็อกเชน และซอฟต์แวร์ ได้เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า พบข้อมูลส่วนบุคคลของข้าราชการระดับสูงและผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยรั่วไหลออกสู่สาธารณะ โดยระบุว่าข้อมูลที่หลุดมีทั้งเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายติดบัตรประชาชน ซึ่งเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวอาจรั่วไหลมานานไม่ต่ำกว่า 5 ปี

ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีทั้งผู้บริหารระดับรัฐมนตรี อาทิ มท.1, มท.3, มท.4 รวมถึงปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง และอธิบดี-รองอธิบดีกรมการปกครองหลายราย

นายธนรัตน์เตือนว่า ข้อมูลที่รั่วไหลมีความเสี่ยงสูง เพราะสามารถนำไปตัดต่อเป็นสำเนาบัตรประชาชนปลอมได้อย่างแนบเนียน และอาจถูกนำไปใช้ในการสวมรอย ยืนยันตัวตน หรือก่ออาชญากรรมทางการเงินและการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น หากไม่มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรัดกุม.

แนะประชาชนระวังมิจฉาชีพ

ส่วนประชาชนทั่วไปควรเพิ่มความระมัดระวัง หากได้รับสายโทรศัพท์หรือข้อความที่อ้างอิงรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ของตน เพราะข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้สร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง เช่น การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ บริษัทประกันภัย หรือสถาบันการเงิน

ผู้ที่เข้าถึงและนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบกหรือ PDPC ว่ามีเหตุข้อมูลรั่วไหลเกิดขึ้นจริง และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ที่มา nitikorn.bunyakulcharoen / /earthchie/

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...