DE แจงยิบโครงการ TH-AI Passport ย้ำงบ 1600 ล้านสุดคุ้ม ปรับแผน “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” พร้อมเคลียร์ชัดปมฮั้วประมูล

THE SUMMARY:

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) จัดเวที TH-AI PASSPORT FORUM เพื่อเปิดรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากประชาชน นักวิชาการ และภาคการเมือง เพื่อคลายข้อสงสัยและสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ TH-AI Passport

โดยโครงการ TH-AI Passport มีเป้าหมายในการให้สิทธิ์ประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 5 ล้านคน ได้เข้าถึงการใช้งาน Generative AI ในระดับพรีเมียม (Pro) โดยใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จำนวน 1,621 ล้านบาท

ในประเด็นด้านความคุ้มค่า ตัวแทนผู้รับจ้างชี้แจงว่า ต้นทุนของโครงการนี้เฉลี่ยอยู่ที่เพียง 27 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับการซื้อแพ็กเกจในท้องตลาดที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 259 บาทต่อเดือน ประชาชนจะสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ถึง 14 ค่ายชั้นนำ รวมกว่า 30 โมเดล รวมถึงได้สิทธิ์เรียนรู้ทักษะ AI ผ่านหลักสูตรที่อ้างอิงตามกรอบของ UNESCO และผู้พัฒนาโมเดล รวมทั้งสิ้น 130 หลักสูตร

เคลียร์ปมข้อครหา ล็อคสเปค-ฮั้วประมูล และความสัมพันธ์ส่วนตัว

ประเด็นร้อนในเวทีที่มีการตั้งข้อสังเกตคือความโปร่งใสเรื่องการฮั้วประมูลและล็อคสเปค เนื่องจากมีการสืบราคากลางจากบริษัทที่เข้ามาประมูลงาน ทางปลัดกระทรวงฯ ชี้แจงว่า การสืบราคากลางในงานด้านดิจิทัลจำเป็นต้องสอบถามจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไอทีที่เคยมีผลงานเพื่อให้ได้ราคาตลาดที่แท้จริง ซึ่งเป็นระเบียบปฏิบัติปกติของราชการ หากห้ามบริษัทที่ให้ข้อมูลเข้าประมูลก็คงไม่มีใครยอมทำราคาให้ โดยในขั้นตอนประมูลได้สืบราคาจากเอกชน 8 ราย และมีผู้เข้าประมูล 3 กลุ่ม (เป็นกลุ่มที่ให้ข้อมูล 2 กลุ่ม และกลุ่มที่ไม่ได้ให้ข้อมูลอีก 1 กลุ่ม) ทุกขั้นตอนมีการประกาศสาธารณะอย่างถูกต้องและโปร่งใส

นอกจากนี้ เมื่อมีผู้ตั้งคำถามว่า รัฐมนตรีรู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ชนะการประมูลหรือไม่ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “รู้จักเป็นการส่วนตัว” เนื่องจากตนเคยทำงานภาคเอกชนและรู้จักคนจำนวนมาก แต่ยืนยันชัดเจนว่า ตนไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการประจำ

โมเดล AI ที่ใช้ได้

โครงการนี้รวบรวมโมเดล AI จากผู้ให้บริการถึง 14 ค่าย รวมกว่า 30 โมเดล โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ AI ที่นำมาให้บริการจะต้องเป็นระดับโปรหรือพรีเมียมขึ้นไปเท่านั้น ทางกระทรวงยืนยันว่าไม่ใช่การนำ AI เวอร์ชันฟรีที่มีอยู่แล้วมารวมกันให้ประชาชนใช้ ซึ่งระบบถูกออกแบบมาให้มีเครื่องมือที่ครอบคลุมการทำงานหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาโต้ตอบ การค้นหาข้อมูลเชิงลึก การเขียนโค้ดสร้างเว็บไซต์ การสร้างรูปภาพ การสร้างวิดีโอ ไปจนถึงการแต่งเพลง

ตัวอย่างโมเดลที่ใช้ได้

  • ด้านข้อความและการค้นหา: เช่น GPT 5.5, Claude Opus 4.8, Open AI O3, Perplexity Sonar และ Perplexity Sona Deep Arch
  • ด้านการสร้างรูปภาพ: เช่น Gemini Nano Banana Pro และ GPT Image 2
  • ด้านการสร้างวิดีโอ: เช่น Gemini 3.1 Fast, Seedance 2 Standard และ Seedance 2 Fast
  • ด้านการสร้างเพลง: เช่น Google Lyria 3 Pro

แม้จะมีโมเดลระดับโปรให้ใช้ แต่ผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่ได้สิทธิ์ใช้ฟรีๆ โดยไม่ต้องทำอะไร เพราะโครงการใช้หลักการ Learn to earn หรือการเรียนเพื่อเข้าถึงสิทธิ์ คือเริ่มต้น ผู้ใช้จะได้คะแนนตั้งต้น 100 คะแนนเพื่อปลดล็อกเข้าถึงเครื่องมือโมเดลต่างๆ

ในเดือนต่อๆ ไป ผู้ใช้จำเป็นต้องเข้ามาเรียนรู้หลักสูตร AI เช่น การเขียน Prompt, การใช้ AI ทำงาน ฯลฯ เพื่อเก็บคะแนนรักษาสิทธิ์ หากไม่มีการเรียนรู้เพิ่มเติม ระบบจะลดระดับผู้ใช้งานกลับไปเป็นผู้เริ่มใช้งานซึ่งจะใช้ได้เพียงโมเดลเวอร์ชันฟรีทั่วไป และไม่สามารถเข้าถึงโมเดลพรีเมียมทั้ง 30 กว่าตัวได้

ปรับแผน ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น เซฟงบประมาณแผ่นดิน

เพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลหากมีผู้เข้าใช้งานไม่ถึงเป้าหมาย 5 ล้านคน ทางกระทรวงฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรี โดยกำลังเจรจากับผู้รับจ้างเพื่อปรับแก้เงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นรูปแบบ “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” (Pay per use) รัฐจะจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างตามจำนวนผู้ที่เข้ามาใช้งานจริง เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

ทางตัวแทนจาก Microsoft และผู้รับจ้างระบบ ยืนยันว่า ข้อมูลประวัติผู้ใช้และประวัติการสนทนาทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ในประเทศไทย รัฐบาลจะเห็นเพียงข้อมูลเชิงสถิติภาพรวมเท่านั้น จะไม่สามารถระบุตัวตนบุคคลได้ นอกจากนี้ บริการ AI จะไม่มีการนำข้อมูล (Prompt) ของคนไทยไปฝึกฝน (Train) ระบบของบริษัทต่างชาติอย่างแน่นอน ด้านความเสถียร ระบบถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานขั้นต่ำที่ 500,000 คนต่อชั่วโมง และเตรียมแผนสำรองเพื่อขยายให้ครอบคลุมผู้ใช้งาน 5 ล้านคนพร้อมกันได้

กระทรวงฯ จะนำข้อเสนอแนะและข้อห่วงใยจากทุกภาคส่วนไปประมวลผลและทำเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญากับผู้รับจ้างต่อไป นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะสร้างหน้าจอแดชบอร์ดแสดงผลตัวเลขการใช้งานจริง ให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจสอบได้ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใสอย่างแท้จริง

บรรณาธิการ CEEi ดูแลเนื้อหาด้านเทคโนโลยี Gadget ทุกประเภท

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...