
Apple อาจเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น หลังสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้า 10% กับสินค้าจาก 60 ประเทศ ครอบคลุมฐานการผลิตสำคัญของ iPhone, Mac และอุปกรณ์ Apple เกือบทั้งหมด แม้มีช่องทางขอยกเว้น แต่ยังไม่มีชัดเจนว่า Apple จะได้รับสิทธิหรือไม่
มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 หลังภาษีนำเข้าแบบเหมาจ่ายเดิมสิ้นสุดลง โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นผลจากการสอบสวนประเด็นการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานของ 60 ประเทศ ซึ่งคิดเป็นกว่า 99% ของการนำเข้าสินค้าทั้งหมดของสหรัฐฯ

Apple อาจเจอผลกระทบโดยตรง เพราะพึ่งพาซัพพลายเออร์รายใหญ่ เช่น Foxconn, Pegatron และ Luxshare ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ในหลายประเทศที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าว และเป็นฐานประกอบ iPhone, Mac รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ของบริษัท
แม้ทำเนียบขาวจะเปิดช่องให้บางผลิตภัณฑ์สามารถขอยกเว้นภาษีได้ หากพิสูจน์ว่าไม่มีทางเลือกในการผลิตภายในสหรัฐฯ หรือการเก็บภาษีจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่ยังไม่มีการระบุว่า Apple หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ
Apple กำลังทยอยกระจายฐานการผลิตออกจากจีนไปยังประเทศอื่น เช่น อินเดียและเวียดนาม แต่ฐานการผลิตเหล่านี้ก็อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีเช่นกัน ทำให้การย้ายฐานผลิตอาจไม่ได้ช่วยลดผลกระทบในระยะสั้น
อีกปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อน คือประเด็นด้านสิทธิแรงงานของซัพพลายเออร์ โดยเฉพาะ Foxconn ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสภาพการทำงานทั้งในจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้อ้างอิงในการออกมาตรการครั้งนี้
ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า Apple จะต้องรับภาระภาษีทั้งหมดหรือไม่ แต่หากไม่ได้รับการยกเว้น บริษัทอาจเผชิญต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกลยุทธ์ด้านราคาและห่วงโซ่อุปทานของ Apple ในระยะต่อไป
ที่มา appleinsider






