
หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวกล้องแอกชันรุ่นใหม่ อย่าง Mission 1 Series ไปได้เพียงเดือนเดียว ก็มีข่าวคราวไม่สู้ดีนักของสถานการณ์บริษัท GoPro ออกมาอีกครั้ง ซึ่งทางบริษัทได้ออกมายอมรับว่ากำลังเผชิญวิกฤติที่อาจต้องขายหรือควบรวมกิจการ ไม่ก็ต้องเดินหน้าเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้…
ตามรายงานจาก Bloomberg ระบุว่า GoPro มีรายได้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณนี้ลดลงถึง 26% พร้อมกับประกาศลดจำนวนพนักงานลงอีกราว 23% ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
ในขณะที่ราคาหุ้นยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงรุ่งเรืองในอดีต โดยปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าตลาดเหลือเพียงประมาณ 200 ล้านเหรียญ (ประมาณ 6,500 ล้านบาท) จากที่เคยมีมูลค่าเกือบ 4,000 ล้านเหรียญ (130,000 ล้านบาท) ในวันแรกที่เข้าตลาดหุ้นเมื่อปี 2014
GoPro ระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบด้านต้นทุนหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นจากกระแส AI แต่ปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันอาจมาจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในตลาดกล้องแอกชัน จากคู่แข่งสัญชาติจีนอย่าง DJI และ Insta360 ที่ทวีความดุเดือดมากขึ้น และเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

และแม้ Mission 1 Series กล้องแอกชันรุ่นใหม่จะสามารถสร้างกระแสฮือฮาให้กับบริษัทได้อีกครั้งในรอบหลายปี ทั้งสเปกวิดีโอระดับ 8K Open Gate เซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ชิปใหม่ GP3 ที่ทรงพลังกว่าที่เคย พร้อมกับรุ่นเมาท์เลนส์ m4/3 ที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ยกระดับจากกล้องแอกชันให้กลายเป็นระดับ Compact Cinema
อย่างไรก็ตาม กล้องรุ่นใหม่เหล่านี้อาจยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสถานะทางการเงินของบริษัทได้ในระยะสั้น เพราะล่าสุด GoPro ได้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) โดยระบุว่า สถานะทางการเงินของบริษัทก่อให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการดำเนินกิจการต่อไป

หรือพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ GoPro กำลังเผชิญความเสี่ยงที่บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หากไม่สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ทางการเงินได้ในเวลาอันใกล้
โดยบริษัทกำลังทำงานร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อประเมินทางเลือกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขายกิจการ การควบรวมกับบริษัทอื่น หรือแม้แต่การขยายเข้าสู่ตลาดใหม่อย่างอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศหรือด้านอากาศยาน และอวกาศ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
แม้ GoPro จะเคยเป็นผู้บุกเบิกตลาดกล้องแอกชันจนประสบความสำเร็จ จนทำให้ชื่อแบรนด์กลายเป็นภาพจำของกล้องแอกชันสำหรับผู้ใช้งานทั่วโลก แต่หลังจากการมาของกล้องแอกชันสัญชาติจีนอย่าง DJI และ Insta360 สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนไป ค่ายจีนมีการใช้เทคโนโลยี AI มาใช้ มอบคุณภาพของภาพในสภาพแสงน้อยได้ดีกว่า อัดสเปกมาแบบไม่มีกั๊ก ในขณะที่ GoPro เหมือนจะยึดติดกับความสำเร็จในอดีตมากเกินไป
สุดท้ายคงต้องรอดูกันต่อไปว่า GoPro จะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้หรือไม่ หรือกล้อง Mission 1 Series จะกลายเป็นความพยายามเฮือกสุดท้ายของบริษัท…
ที่มา: PetaPixel





