
แม้จะขึ้นชื่อเรื่องการใช้เทคโนโลยีสร้างภาพยนตร์ที่ล้ำสมัย แต่ คริสโตเฟอร์ โนแลน เจ้าของผลงาน Oppenheimer, Inception และภาพยนตร์เรื่องใหม่ The Odyssey กลับยังคงใช้ชีวิตโดยไม่มีสมาร์ตโฟน
ในการให้สัมภาษณ์กับ The Telegraph ก่อนการเปิดตัว The Odyssey โนแลนอธิบายว่า การไม่ใช้สมาร์ตโฟนไม่ได้เกิดจากการต่อต้านเทคโนโลยี แต่เป็นความตั้งใจที่จะรักษา “ช่วงเวลาสำหรับการคิด” ซึ่งเขามองว่าเป็นสิ่งที่หายากขึ้นทุกวัน
แทนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาในช่วงเวลาว่างระหว่างรอรถไฟ นั่งสนามบิน หรือรอก่อนนัดหมาย โนแลนเลือกใช้เวลานั้นคิดถึงบทภาพยนตร์ แก้ปัญหาฉากต่าง ๆ และปล่อยให้ไอเดียค่อย ๆ เติบโตตามธรรมชาติ เขายอมรับตรง ๆ ว่า หากมีสมาร์ตโฟนอยู่ในมือ ตัวเองก็คงเผลอไถหน้าจอหรือค้นหาข้อมูลไปเรื่อย ๆ เหมือนคนทั่วไป
แม้จะไม่ใช้สมาร์คโฟน แต่โนแลนไม่ได้ปฏิเสธเทคโนโลยี เขายังคงนำเทคนิคพิเศษด้านภาพ (VFX) มาผสมผสานกับการถ่ายทำจริง โมเดลขนาดใหญ่ หุ่นแอนิเมทรอนิกส์ และเทคนิคในกล้องอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่าเทคโนโลยีควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยเล่าเรื่อง ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ความคิดสร้างสรรค์
ในบทสัมภาษณ์เดียวกัน เขายังพูดถึงกระแส AI ในวงการภาพยนตร์ โดยมองว่าผู้ชมยุคใหม่ โดยเฉพาะเด็ก ๆ สามารถแยกแยะคอนเทนต์ AI คุณภาพต่ำได้อย่างรวดเร็ว เพราะเติบโตมากับโลกออนไลน์
โนแลนยอมรับว่า สิ่งที่ทำให้การไม่มีสมาร์ตโฟนลำบากที่สุดไม่ใช่โซเชียลมีเดีย แต่เป็นการที่ชีวิตประจำวันหลังยุคโควิดเต็มไปด้วย QR Code ตั๋วดิจิทัล และบริการที่ต้องพึ่งแอปบนมือถือ ทำให้การใช้ชีวิตแบบเดิมไม่สะดวกเหมือนในอดีต
แนวคิดเดียวกันนี้ยังสะท้อนถึงมุมมองของโนแลนต่อการชมภาพยนตร์ เขาชื่นชมกฎของโรงภาพยนตร์ Vista Theatre ในลอสแอนเจลิส ที่ไม่อนุญาตให้ผู้ชมเช็กโทรศัพท์หรือสมาร์ทวอทช์ระหว่างการฉาย หากต้องการใช้อุปกรณ์ต้องเดินออกจากโรงก่อน พร้อมยกให้เป็น “กฎที่ยอดเยี่ยม” เพราะช่วยให้ผู้ชมมีสมาธิกับภาพยนตร์อย่างเต็มที่
ในยุคที่สมาร์ตโฟนเข้ามาครอบครองแทบทุกช่วงเวลาว่าง โนแลนไม่ได้มองว่าโทรศัพท์เป็นสิ่งเลวร้าย แต่เชื่อว่ามันมีประสิทธิภาพในการดึงความสนใจของมนุษย์มากเกินไป จนทำให้เราสูญเสียช่วงเวลาสำคัญสำหรับการคิดไป
ที่มา digitaltrends ภาพ Hella Cinema / Wiki Commons






