
หุ้นของ Apple กลับมาทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง หลังจากราคาพุ่งขึ้นถึง 15% นับจากวันที่ราคาหุ้นร่วงหนักที่สุดในรอบปี โดยมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบ 6 แสนล้านเหรียญตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา
นับเป็นจังหวะที่น่าสนใจกับการที่หุ้นของ Apple เด้งขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้นักลงทุนเริ่มหวั่นใจกับการที่เม็ดเงินไปลงกับอุตสาหกรรม AI รวมถึง Data Center มหาศาล แต่ยังไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่านักลงทุนจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวนมากขนาดนั้นเมื่อไหร่
จุดที่กลายเป็นข้อได้เปรียบของ Apple คือการตัดสินใจเดินเกมต่างจากคู่แข่ง Apple เลือกที่จะทุ่มทุนพัฒนาโมเดล AI และศูนย์ข้อมูลแบบบริษัทอื่น ๆ แต่เลือกใช้วิธีจ่ายเงินให้ Google เพื่อใช้โมเดล AI แทน ซึ่งกลยุทธ์นี้กำลังถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์มากกว่าภาระในสายตานักลงทุน การใช้โมเดล Gemini ทำให้ Apple Intelligence เก่งขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายความว่า Apple ไม่ต้องเสียเงินไปกับการพัฒนาโมเดล AI มหาศาล และยังมี AI ให้ใช้งานบนอุปกรณ์ของบริษัทแล้วด้วย

เดือนที่แล้ว Apple จักงาน WWDC 2026 ที่เน้นพัฒนาฟีเจอร์ AI บนระบบปฏิบัติการของบริษัทตั้งแต่อุปกรณ์หลักอย่าง iOS, macOS ไปจนถึงการใช้งานบนอุปกรณ์เสริม แม้ว่าช่วงแรก ราคาหุ้นจะย่อลงเล็กน้อย แต่ก็กับมาได้อีกครั้ง ที่น่าตกใจสำหรับผู้บริโภคที่สุดคงเป็นเรื่องการปรับราคาสินค้าขึ้นหลายรายการจากปัญหาต้นทุนชิปหน่วยความจำแพง อีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนยังคงจับตามองคือ iPhone พับหน้าจอได้ ซึ่งตัวเลขการผลิตก็สะท้อนความมั่นใจได้เช่นกัน Nikkei รายงานเมื่อต้นเดือนว่า Apple ได้แจ้งให้ซัปพลายเออร์เตรียมผลิต iPhone พับหน้าจอได้มากถึง 10 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 7-8 ล้านเครื่อง
ผลงานของ Apple ในปีนี้ ถือว่าโดดเด่นเหนือกลุ่มยักษ์ใหญ่ด้วยกัน โดยหุ้น Apple ตอนนี้มีราคาเพิ่มขึ้น 16% ในปี 2026 ทำให้เป็น 7 นางฟ้าที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในหมูบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย Microsoft, Amazon, Alphabet, Meta, Nvidia และ Tesla
น่าติดตามว่าในระยะยาว การที่ยังไม่ทุ่มทุนในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้วยตัวเองจะเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์อย่างแท้จริงหรือจะกลายเป็นความเสี่ยงเมื่อ Apple ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีหลักจากคู่แข่งอย่าง Google แทน อย่างไรก็ตาม Apple ระบุว่าบริษัทไม่ได้แค่ใช้โมเดลของ Apple เพียงอย่างเดียวเท่านั้น บริษัทยังคงพัฒนาโมเดล AI ของตัวเองควบคู่ไปด้วย
ที่มา MacRumors






