จีนแซงหน้า Elon Musk อนุมัติ NEO ชิปฝังสมอง ใช้งานเชิงพาณิชย์รายแรกของโลก

THE SUMMARY:

จีนอนุมัติ NEO ชิปเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface: BCI) รุ่นแรกของโลกที่ผ่านการทดลองทางคลินิกและเตรียมเข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

NEO พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Neuracle Medical Technology จากเซี่ยงไฮ้ โดยได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของจีนตั้งแต่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้จีนก้าวนำหน้า Neuralink บริษัทของอีลอน มัสก์ ซึ่งยังอยู่ในช่วงทดลองกับมนุษย์และยังไม่ได้รับอนุมัติสำหรับการใช้งานทั่วไป

NEO เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กเท่าเหรียญ ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ป่วยอัมพาตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไขสันหลังให้สามารถสื่อสารและควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านสัญญาณจากสมอง จุดเด่นคือการวางอุปกรณ์ไว้ระหว่างกะโหลกศีรษะกับผิวสมอง โดยไม่ต้องเจาะลึกเข้าไปในเนื้อสมองเหมือนแนวทางของ Neuralink ทำให้มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่า

ปัจจุบันมีผู้ป่วยประมาณ 36 รายเข้าร่วมการทดลองใช้งาน NEO และมีรายงานผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ขณะที่ Neuralink กำลังทดลองกับผู้ป่วย 9 ราย โดยผู้เข้าร่วมบางคนสามารถกลับมาเขียนชื่อของตัวเองหรือควบคุมคอมพิวเตอร์ด้วยความคิดได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

ฟากอีลอน มัสก์ มองว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงรักษาโรคหรือฟื้นฟูความสามารถของผู้ป่วยเท่านั้น เขาเคยกล่าวว่าชิปสมองอาจช่วยคืนการมองเห็นให้ผู้พิการทางสายตา และเปิดทางให้มนุษย์สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยความคิดเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ข้อความหรือควบคุมคอมพิวเตอร์

ผู้สนับสนุนเทคโนโลยี BCI จำนวนมากมองไกลไปกว่านั้น พวกเขาเชื่อว่าในอนาคตมนุษย์อาจสามารถเชื่อมต่อกับ AI ได้โดยตรง เพิ่มขีดความสามารถทางสมอง และก้าวเข้าสู่ยุคของ “มนุษย์ไซบอร์ก” อย่างเต็มรูปแบบ

แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนและผู้นำในอุตสาหกรรม AI หลายคน ซึ่งมองว่าการผสานสมองมนุษย์เข้ากับปัญญาประดิษฐ์อาจเป็นวิวัฒนาการครั้งสำคัญของเผ่าพันธุ์มนุษย์

แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ก็แสดงความกังวลอย่างมาก เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ต้องบันทึกและประมวลผลข้อมูลจากสมองโดยตรง ซึ่งอาจรวมถึงความคิด ความทรงจำ และข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่สุด

ดร. เดวิด ทัฟฟ์ลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์จากมหาวิทยาลัยกริฟฟิธ เตือนว่า หากระบบดังกล่าวถูกโจมตีทางไซเบอร์ แฮกเกอร์อาจเข้าถึงข้อมูลประสาทของผู้ใช้งาน หรือแม้แต่รบกวนการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับสมาธิ ความจำ และการเคลื่อนไหวได้ในทางทฤษฎี

นอกจากนั้นยังมีความท้าทายทางการแพทย์ซึ่งการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในร่างกายระยะยาวอาจทำให้เกิดการอักเสบ การสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็น หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้

ที่มา nypost

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...