สู่ยุคทีวี True RGB LED โซนี่เปิดตัวไลน์อัป BRAVIA ปี 2026 เน้นให้ภาพดุจโรงภาพยนตร์พร้อมชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre

THE SUMMARY:

โซนี่ ไทย เปิดตัวไลน์อัปทีวีและเครื่องเสียงสำหรับความบันเทิงในบ้านประจำปี 2026 ภายใต้แนวคิด Cinema is Coming Home โดยนำเสนอทีวีซีรีส์ใหม่ที่เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีหลอดไฟ True RGB LED ในรุ่นเรือธง ได้แก่ BRAVIA 9 II และ BRAVIA 7 II พร้อมเปิดตัว BRAVIA 3 II ซึ่งเป็นทีวีระดับกลางที่มีขนาดหน้าจอใหญ่สูงสุดถึง 100 นิ้ว ควบคู่ไปกับชุดเครื่องเสียงและซาวด์บาร์ในตระกูล BRAVIA Theatre

การขยับตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางของโซนี่ในการพัฒนาระบบ Backlight รูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการแสดงผลสีและความสว่าง เป็นทางเลือกกับเทคโนโลยี Mini LED และ OLED ในตลาดทีวีระดับพรีเมียม

True RGB LED สถาปัตยกรรมไฟส่องหลังแบบแยก 3 แม่สี

ไฟ LED ที่อยู่ด้านหลัง RGB LED TV จะเป็นสีตามจริงเลย ต่างจาก Mini LED ที่เป็นแค่แสง
ไฟ LED ที่อยู่ด้านหลัง RGB LED TV จะเป็นสีตามจริงเลย ต่างจาก Mini LED ที่เป็นแค่แสง

จุดเด่นของทีวีรุ่นเรือธง BRAVIA 9 II และ BRAVIA 7 II คือการเปลี่ยนระบบไฟส่องหลังจากการใช้หลอด LED สีขาวหรือสีน้ำเงินแบบเดิม มาเป็นการใช้หลอด LED แบบแม่สี 3 สีแยกอิสระ ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน (RGB) เลยเรียกว่า True RGB LED โดยทำงานร่วมกับระบบควบคุม RGB Backlight Master Drive Pro

เทียบไฟ Backlight ที่ต่างกันระหว่าง Mini LED กับ RGB LED
เทียบไฟ Backlight ที่ต่างกันระหว่าง Mini LED กับ RGB LED

ในเชิงวิศวกรรมการแสดงผล การไดรฟ์หลอดไฟ RGB แต่ละดวงอย่างอิสระมีเป้าหมายเพื่อ:

  • เพิ่มความอิ่มตัวของสี (Colour Volume): ช่วยให้การแสดงเฉดสีในระดับความสว่างต่าง ๆ มีความเที่ยงตรงสูงขึ้นเมื่อเทียบกับระบบที่ Color Filter ซึ่งการที่หลอดด้านหลังสามารถให้สีได้เลยก็ทำให้ความบริสุทธิ์และความอิ่มของสีสูงขึ้น สูงกว่า QD OLED อีก
  • ลดปัญหาแสงฟุ้ง (Blooming Effect): ระบบควบคุมการหรี่แสงเฉพาะจุด ทำงานร่วมกับแม่สีโดยตรง จึงช่วยลดการรั่วไหลของแสงรอบวัตถุสว่างในฉากมืด ทำให้เป็นทีวีที่ให้ความสว่างมาก แต่มี Blooming น้อย (ส่วนทีวีที่ไม่มีปัญหา Blooming คือ OLED)
  • เพิ่มความเที่ยงตรงตามมาตรฐานจออ้างอิง: ออกแบบให้มีโปรไฟล์สีใกล้เคียงกับ Mastering Monitor ที่ใช้ในสตูดิโอผลิตภาพยนตร์
เทียบ Color Volume ที่ต่างกันระหว่าง Bravia 3 รุ่น ที่เป็น 3 เทคโนโลยีแผงหน้าจอ
เทียบ Color Volume ที่ต่างกันระหว่าง Bravia 3 รุ่น ที่เป็น 3 เทคโนโลยีแผงหน้าจอ

นอกจากนี้ ในรุ่น BRAVIA 9 II ได้เพิ่มเทคโนโลยีหน้าจอ Immersive Black Screen Pro ซึ่งเป็นชั้นเคลือบผิวหน้าจอแบบ Low Reflection เพื่อลดแสงสะท้อนจากสภาพแวดล้อมภายในห้อง พร้อมติดตั้งลำโพง Acoustic Multi-Audio+ ร่วมกับ Up-Firing Beam Tweeter และรองรับฟีเจอร์ Direct Connect สำหรับการเชื่อมต่อซับวูฟเฟอร์ไร้สายโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านซาวด์บาร์

BRAVIA 3 II ทีวีมหาชนทางเลือกหน้าจอใหญ่สูงสุด 100 นิ้ว และการออกแบบเพื่อทุกคน

Sony Bravia 3ii ขนาด 100 นิ้ว พร้อมลำโพง Bravia Theatre Trio และ Bravia Theatre Sub 9
Sony Bravia 3ii ขนาด 100 นิ้ว พร้อมลำโพง Bravia Theatre Trio และ Bravia Theatre Sub 9

สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่ โซนี่ได้ส่ง BRAVIA 3 II ซึ่งครอบคลุมขนาดตั้งแต่ 43 นิ้ว ไปจนถึง 100 นิ้ว เข้าสู่ตลาด โดยใช้ชิปประมวลผล XR Processor™ ร่วมกับเทคโนโลยี XR Triluminos Pro™ และระบบประมวลผลภาพจาก MediaTek Inc. รองรับการแสดงผลความละเอียด 4K ที่อัตราเฟรม 120Hz พร้อมพอร์ต HDMI 2.1 จำนวน 4 ช่อง

ในด้านการออกแบบเพื่อการเข้าถึง BRAVIA 3 II มาพร้อม Inclusive Remote Control ที่ปรับปรุงปุ่มกดให้มีรูปทรงและสัมผัสแตกต่างกันชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สั่งการผ่านการสัมผัส รวมถึงเพิ่มฟังก์ชัน Remote Finder สำหรับส่งสัญญาณเสียงค้นหารีโมตคอนโทรล

นอกจากนี้ทีวี BRAVIA รุ่นปี 2026 มีการนำพลาสติกรีไซเคิล SORPLAS™ มาใช้ในชิ้นส่วนโครงสร้างและรีโมตคอนโทรล โดยในรุ่น BRAVIA 9 II มีการนำพลาสติกหมุนเวียน ที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียนและน้ำมันพืชใช้แล้วมาผลิตเป็นฝาหลังของตัวเครื่อง

ชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre และระบบลำโพงเสริม

ลำโพงกลางของ Sony Bravia Theatre Trio
ลำโพงกลางของ Sony Bravia Theatre Trio

ด้านระบบเสียง โซนี่ได้เปิดตัวชุดเครื่องเสียงเพื่อทำงานร่วมกับทีวี BRAVIA ในหลายระดับราคา ได้แก่:

  1. BRAVIA Theatre Trio: ระบบโฮมเธียเตอร์ไร้สายแบบแยกชิ้น ใช้เทคโนโลยี 360 Spatial Sound Mapping จำลองตำแหน่งลำโพงเสมือนได้สูงสุด 24 ตำแหน่ง ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ร่วมกับทีวีจอใหญ่ เพราะด้วยลำโพงซ้าย-ขวาที่แยกชิ้น ทำให้มิติเสียงเหมือนออกจากหน้าจอได้ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มซับวูฟเฟอร์และลำโพงหลังได้
  2. BRAVIA Theatre Bar 7 & Bar 5: ซาวด์บาร์แบบเดี่ยว โดย Bar 7 ติดตั้งไดรเวอร์ลำโพง 9 ตัว (รวม Up-firing และ Side speakers) ส่วน Bar 5 เป็นระบบ 3.1 แชนเนลพร้อมซับวูฟเฟอร์ไร้สายในตัว
  3. ซับวูฟเฟอร์และลำโพงคู่หลัง: รุ่น BRAVIA Theatre Sub 9 (ไดรเวอร์คู่แบบเผชิญหน้าขนาด 200 มม.), Sub 8 (ไดรเวอร์เดี่ยว 200 มม.) รองรับระบบ Dual Subwoofer Play และลำโพงหลัง Rear 9 พร้อมลำโพงยิงเสียงขึ้นด้านบนขนาด 80 มม.

ตารางสรุปราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ BRAVIA และ BRAVIA Theatre (ปี 2569)

มร. หนิง เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด
มร. หนิง เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด
ซีรีส์รุ่น / ขนาดราคาจำหน่าย (บาท)
BRAVIA 9 II (True RGB)85 นิ้ว / 75 นิ้ว182,990 / 139,990
BRAVIA 7 II (True RGB)65 นิ้ว / 50 นิ้ว77,990 / 52,990
BRAVIA 3 II100 นิ้ว / 85 นิ้ว / 75 นิ้ว114,990 / 63,990 / 55,990
65 นิ้ว / 55 นิ้ว / 50 นิ้ว / 43 นิ้ว39,990 / 31,990 / 27,490 / 24,490
BRAVIA TheatreTrio (ชุดโฮมเธียเตอร์)63,990
Bar 7 / Bar 5 (ซาวด์บาร์)25,990 / 13,490
ลำโพงเสริมSub 9 / Sub 8 (ซับวูฟเฟอร์)25,990 / 15,490
Rear 9 (ลำโพงคู่หลัง)20,990

การที่โซนี่นำเทคโนโลยี True RGB LED มาใช้ในทีวี BRAVIA 9 II และ 7 II ถือเป็นการปรับปรุงใหญ่ในสภาวะที่ตลาดทีวีระดับบนกำลังต่อสู้ระหว่างสองเทคโนโลยีหลัก คือ OLED ที่ให้ความดำสนิท ไม่มีปัญหา Blooming แต่มีข้อจำกัดเรื่องความสว่างสูงสุด และ Mini LED ที่ให้ความสว่างสูงแต่สีสันอิ่มตัวน้อย และความถูกต้องของสีน้อย แต่ด้วยระดับราคาเริ่มต้นที่ 52,990 บาท ในรุ่น BRAVIA 7 II (50 นิ้ว) ไปจนถึง 182,990 บาท ในรุ่น BRAVIA 9 II (85 นิ้ว) จัดอยู่ในกลุ่มราคาสูง ซึ่งต้องแข่งขันกับทีวี OLED และ Micro RGB ระดับเรือธงในท้องตลาดโดยตรง

สุวัฒน์ชัย จารุวิทยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Home Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด
สุวัฒน์ชัย จารุวิทยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Home Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด

ดูเนื้อหาด้านเทคโนโลยี Gadget ทุกประเภท

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...