
หลังจากที่ Canon ได้เปิดตัวกล้อง Hybrid Full-frame รุ่นใหม่อย่าง EOS R6 Mark III ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เวลาก็ล่วงเลยมาถึงครึ่งปีแล้ว ล่าสุด Canon ได้ต่อยอดไลน์อัปด้วยกล้องที่เน้นงานวิดีโอโดยเฉพาะ กับ ‘EOS R6 V’ ที่มาในขนาดตัวเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่ยังอัดแน่นด้วยสเปกพื้นฐานที่ยกมาจาก EOS R6 Mark III รองรับการทำงานของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และสายวิดีโอได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
กับทั้งฟีเจอร์เด็ดอย่าง 7K RAW, 4K 120p, รองรับถ่ายเต็มเซนเซอร์ด้วย Open-Gate เซนเซอร์ full-frame CMOS 32.5 ล้านพิกเซล มีทั้งกันสั่น 5 แกนในตัว รูยึดขาตั้งกล้องแนวตั้งโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม พัดลมระบายความร้อนในตัว และฟีเจอร์ด้านวิดีโออีกเพียบ

ซึ่งในวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา EOS R6 V ก็ได้เปิดตัวแล้วในประเทศไทยพร้อมกับราคาอย่างเป็นทางการ โดยทีมงาน Ceei.co ก็ได้รับเชิญจาก Canon Thailand ให้ไปลองสัมผัสลองจับเจ้ากล้องตัวนี้กันมาแล้ว และจะมีเล่าประสบการณ์ที่ได้รับในบทความครั้งนี้ครับ
แต่ก่อนจะไปดู first impression ของ EOS R6 V เรามาดูสเปกพื้นฐานของเจ้ากล้องตัวนี้กันก่อน
แรกสัมผัสกับ EOS R6 V ตัวนี้ต้องบอกว่าขนาดตัวดูกะทัดรัดกว่าที่คิดไว้พอสมควร กับ form factor สไตล์กล้องวิดีโอที่ไร้ช่องมองภาพ EVF แต่แลกมาด้วยพัดลมระบายอากาศที่เหมาะสำหรับงานที่จริงจังมากขึ้น ยิ่งติดกับเลนส์ Kit ‘RF 20-50 mm f/4 L IS USM PZ’ ก็เรียกว่าทำบาลานซ์ออกมาได้ดี ดูลงตัวสุด ๆ จนคิดไปว่านี่เรากำลังถือกล้องฟูลเฟรมอยู่จริง ๆ เหรอ ทำไมมันเบาได้ขนาดนี้

เรื่องกริปก็เหลามาได้เต็มไม้เต็มมือจับถนัดแม้ในงานวิดีโอที่ต้องถ่ายแบบ handheld กับอีกจุดที่เรียกว่าดีมาก ๆ คือรูสกรู 1/4-20″ แนวตั้งตรงส่วนกริป ทำให้เราสามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้โดยตรง ไม่ต้องง้ออุปกรณ์เสริมแยก พอร์ตต่าง ๆ ก็มีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ไมค์/หูฟัง 3.5mm, HDMI Full-sized ถูกใจคอวิดีโอ รวมถึงพอร์ต USB-C และช่องสำหรับรีโมทคอนโทรล




ด้านหลังนอกจากจอฟลิบได้รอบทิศกับ analog stick ที่ใส่มาให้แล้ว รุ่นนี้ไดอัลแป้นหมุนด้านหลังเขาออกแบบใหม่นอกจากจะหมุนแบบเดิมแต่ยังสามารถกดลงไปได้อีกชั้นหนึ่งเพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ด้วย ! แต่ใครที่คิดว่าสเปกเหมือน R6 Mark III แปลว่าสามารถใช้งานภาพนิ่งจริงจัง ในรุ่นนี้ไม่มีม่านชัตเตอร์ mechanical นะครับ เป็นแบบไฟฟ้าล้วน รวมถึงแม้จะมี Multi-Function Shoe สำหรับติดอุปกรณ์เสริมอย่างไมค์ดิจิทัลมาให้ แต่ก็ไม่สามารถ Sync Flash ได้ ตาม position ที่ค่ายตั้งไว้ คืออยู่ตรงกลางระหว่าง EOS R6 Mark III สาย Hybrid และ EOS C50 ที่เป็นสาย Cinemaโดยตรง

//แต่ EOS R6 V ก็ยังถ่าย 40fps (Electronic Shutter) รวมไปถึงฟีเจอร์อย่าง Pre-shooting และฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ถอดมาจาก EOS R6 Mark III แบบครบ ๆ เหมือนเดิมนะ แค่อาจจะยังไม่เหมาะกับงานยิงแฟลชเท่านั้น
วิดีโอเรียกว่าจัดเต็ม มีทั้ง 7K/60p Raw Light และ 7K/30p แบบ Open Gate และโหมดเฟรมเรตสูงสำหรับนำไปทำสโลวที่ 4K/120p แบบคม ๆ รวมไปถึงโพรไฟล์สีอย่าง Canon Log 2, Canon Log 3, PQ และ HLG รวมไปถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่าง False Color / Waveform / Zebra / LUT / Focus Breathing Compensation หรือระบบเสียง LPCM 24-bit 4CH ก็มีมาให้อย่างครบครัน
รวมไปถึงระบบโฟกัส Dual Pixel CMOS AF II พร้อม AI-based subject detection ถ้า EOS R6 Mark III พิสูจน์ให้เราเห็นว่าดีแค่ไหน EOS R6 V ก็สามารถทำได้ดีเช่นเดียวกัน แยกแยะวัตถุได้ทั้ง คน, สัตว์, ยานพาหนะ ฯลฯ

ซึ่งถ้าอยากถ่ายแบบเต็มมประสิทธิภาพระดับวิดีโอ RAW จำเป็นต้องใช้ CFexpress Type-B ร่วมด้วย แต่ในบทความนี้ผู้เขียนพกไปแค่ SD Card UHS-II V90 เท่านั้น (คือมีแรงสุดแค่นี้…) เลยทดสอบให้ได้มากสุดที่ 4K Fine (oversampling จาก 7K) คุณภาพสูงสุดที่ 4:2:2 10-bit กับโพรไฟล์สี C-log 3 มาให้ได้ชมกัน ว่าเนื้อไฟล์ ระบบโฟกัส รวมไปถึงระบบกันสั่นของ EOS R6 V เป็นอย่างไรกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปชมกันได้เลย
วิดีโอลองเดิน Handheld อีกนิดหน่อย
Canon EOS R6 V เรียกว่าเหมาะกับคนที่ต้องการจริงจังกับสายวิดีโอมากขึ้น บันทึกได้ยาว ๆ ไม่ต้องกลัวความร้อนด้วยพัดลมในตัว กับราคาบอดี้ 74,900 บาท แต่ได้ Open Gate ระดับ 7K ก็ถือว่าคุ้มมาก ๆ เปิดโอกาสให้ครอปภาพหรือปรับสัดส่วนเฟรมสำหรับหลายแพลตฟอร์มได้สะดวกขึ้น ทั้งแนวนอน แนวตั้ง และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ จากการถ่ายเพียงครั้งเดียว เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน และลดเวลาในขั้นตอนโปรดักชัน
กันสั่น 5 แกนในบอดี้ ที่ทำงานร่วมกับเลนส์ Kit RF 20-50 mm f/4 L IS USM PZ ได้อย่างลื่นไหล (จากในวิดีโอตัวอย่างเมื่อเปิด Open Gate แล้วจะไม่สามารถใช้กันสั่นดิจิทัลได้ แต่ก็ยังทำงานได้ดีเกินพอแม้ใช้เดินถ่ายแบบ handheld) ด้วยช่วงระยะเริ่มต้นที่ 20mm ยังทำให้เหมาะสำหรับการเดินถ่าย Vlog สุด ๆ ระบบโฟกัสที่รวดเร็ว และดูเป็นธรรมชาติ จะถ่ายภาพนิ่งก็ได้ ด้วยไฟล์ 32.5 ล้านพิกเซล ระดับเดียวกับ EOS R6 Mark III กับอีกจุดสำคัญคือน้ำหนักบอดี้ที่เบา ยิ่งเข้ากันกับ Kit พาวเวอร์ซูมตัวนี้
หากคุณเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์, YouTuber หรือทีมโปรดักชันขนาดเล็กที่เน้นงานวิดีโอเป็นหลัก EOS R6 V ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในช่วงราคานี้ แต่หากยังต้องถ่ายภาพนิ่งอย่างจริงจัง ใช้งานแฟลชเป็นประจำหรือจำเป็นต้องมีช่องมองภาพ EVF สำหรับการทำงาน EOS R6 Mark III ก็อาจยังเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า
สุดท้ายต้องขอบคุณทาง Canon Thailand ที่เชิญไปร่วมงานเปิดตัว Canon EOS R6 V ในครั้งนี้ด้วยครับ 🙏





