ทัวร์นวัตกรรมการทหารไทยในงาน THAIDEF-EX 2026 มุ่งยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองและนวัตกรรม Dual-Use

THE SUMMARY:

ทีมงาน CEEi ได้มีโอกาสไปเยือนงาน นิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569 หรือ THAIDEF-EX 2026 ที่จัดขึ้นที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พื้นที่ศรีสมาน) ระหว่างวันที่ 8–10 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด Power of Self Reliance : พลังแห่งการพึ่งพาตนเอง ซึ่งก็ได้เห็นนวัตกรรมด้านการทหารของคนไทยมากมาย หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าไทยเรามีบริษัทที่สร้างรถเพื่อการทหาร ต่อเรือ และผลิตโดรนได้ในประเทศด้วย

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงและแนวคิดเทคโนโลยีสองทาง (Dual-Use)

งานในครั้งนี้มี พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานพิธีเปิด ร่วมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงกลาโหมต่างประเทศที่เข้าร่วมประเมินศักยภาพเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการและนักวิจัยไทยเป็นหลัก

ในส่วนของการกำหนดทิศทางนโยบาย มีการปาฐกถาพิเศษจากผู้บริหารระดับกระทรวงเพื่อชี้ทิศทางอุตสาหกรรม โดย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำเสนอแผนงานโครงสร้างพื้นฐานป้องกันประเทศ ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำเสนอแนวทางการปรับตัวของภาคการผลิตไทย

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำเสนอของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในหัวข้อการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบ Dual-use (เทคโนโลยีสองทาง) ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัยนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในภารกิจด้านความมั่นคงของกองทัพและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของภาคพลเรือนเพื่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

เจาะลึกนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และหุ่นยนต์ยุทธวิธี

การจัดแสดงนิทรรศการในปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของระบบอัตโนมัติ และอากาศยานไร้คนขับสัญชาติไทย โดยผู้ผลิตไทยที่เราได้มีโอกาสเยี่ยมชมคือ

RV Connex

จัดแสดงโดรนทางยุทธวิธีที่พัฒนาซอฟต์แวร์และระบบควบคุมภายในประเทศ โดยมีรุ่นเด่นที่ผลิตและพัฒนาในประเทศไทย คือ

  • โดรนรุ่น “ต่อ” (Tor): ทำหน้าที่ตรวจการณ์และชี้เป้าหมายด้วยระบบเลเซอร์
  • โดรนรุ่น “แตน” (Tan): ออกแบบเป็นโดรนประเภทกามิกาเซ่ (Kamikaze) สำหรับพุ่งชนเป้าหมายที่โดรนต่อชี้เป้า สามารถใส่กระเป๋าเดินทางได้สูงสุด 5 ตัว
  • โดรนรุ่น “ปทุม” (Pathum): โดรนตรวจการหน้า (Forward Observer) ระยะทำการไป-กลับรวม 100 กิโลเมตร (รัศมี 50 กิโลเมตร) สามารถปฏิบัติการที่เพดานบินสูง 10,000 ฟุต ซึ่งพ้นระยะสายตาการมองเห็นจากพื้นดิน และยังสามารถสอดแนมได้ ใช้ระบบปล่อยตัวด้วยเครื่องยิงโดยไม่ต้องพึ่งพารันเวย์
  • การจัดการและส่งออก: บริษัทมีการผลิตสายไฟสำหรับเครื่องบินรบตามมาตรฐาน NATO เพื่อส่งออกไปยังประเทศเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศมีทีมวิศวกรส่วนหน้าในการปรับแต่งซอฟต์แวร์ตามสภาพแวดล้อมหน้างาน

Mussys by Systronic

  • ระบบหุ่นยนต์ภาคพื้นดิน: นำสถาปัตยกรรมหุ่นยนต์สี่ขาของ Unitree มาดัดแปลงเชิงวิศวกรรมเพื่อติดตั้งระบบต่อต้านโดรน และติดตั้งอาวุธสำหรับปฏิบัติการยุทธวิธี
  • UAV แบบผสม (Hybrid VTOL): อากาศยานไร้คนขับแบบ Fixed-wing ขนาดใหญ่ ติดตั้งใบพัด 4 ตัวสำหรับยกตัวขึ้น-ลงในแนวดิ่งเหมือนเฮลิคอปเตอร์ และใช้ใบพัดหลัก 1 ตัวในการบินร่อนเดินทาง ทำระยะบิน 50 กิโลเมตร เพดานบิน 2,000 เมตร ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเป็นหลัก
  • โดรนสกัดกั้น: พัฒนาโดรนทำลายล้างที่ติดตั้งกล้องด้านหน้าเพื่อการค้นหาและติดตามเป้าหมาย (Target Tracking) ก่อนพุ่งชนสกัดกั้นโดรนแปลกปลอม
อากาศยานไร้คนขับแบบ Fixed-wing ขนาดใหญ่
อากาศยานไร้คนขับแบบ Fixed-wing ขนาดใหญ่

Nac Drone

XW25x4 Pro Max "Bomber Drone" ที่ทำศึกจนชนะ
XW25x4 Pro Max “Bomber Drone” ที่ทำศึกจนชนะ
  • โดรนโจมตี (Bomber Drone): โรงงานตั้งอยู่ในประเทศไทย ดำเนินการผลิตโครงสร้างตั้งแต่ต้นน้ำร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) ปฏิบัติการที่เพดานบิน 800-1,000 เมตร ระยะทำการ 10 กิโลเมตร รองรับน้ำหนักบรรทุกระเบิดได้ตั้งแต่ 4 ถึง 10 ลูก
  • โดยจัดแสดงรุ่น XW25x4 ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการทดสอบระบบส่งสัญญาณและสภาวะการถูกรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ และรุ่นพัฒนาประสิทธิภาพสูง XW25x4 Pro Max ที่รองรับภารกิจปริมาณหนาแน่น ควบคู่กับการผลิตฮาร์ดแวร์ตัดสัญญาณโดรน (Anti-drone)
โดรนที่ถูกทำลายในสงครามหลังถูก Anti-Drone สกัด ซึ่งเป็นบทเรียนในการพัฒนาโดรนรุ่นถัดมา
โดรนที่ถูกทำลายในสงครามหลังถูก Anti-Drone สกัด ซึ่งเป็นบทเรียนในการพัฒนาโดรนรุ่นถัดมา

โครงสร้างพื้นฐานทางเรือและการสื่อสารผ่านดาวเทียม

นอกเหนือจากเทคโนโลยีอากาศยาน งานครั้งนี้ยังครอบคลุมระบบป้องกันประเทศในมิติทางน้ำและระบบสื่อสารโทรคมนาคม:

  • Marsun Shipyard: ผู้ประกอบการอู่ต่อเรือจากย่านท้ายบ้าน จังหวัดสมุทรปราการ นำเสนอขีดความสามารถในการออกแบบและต่อเรือรบเพื่อสนับสนุนภารกิจของกองทัพเรือ รวมถึงการต่อเรือเชิงพาณิชย์ให้แก่ภาคเอกชน
  • Thaicom: นำเสนอเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูงสำหรับการใช้งานในพื้นที่ห่างไกลและระบบสถานีเคลื่อนที่ติดตั้งบนยานพาหนะ โดยสั่งการผ่านดาวเทียมไทยคม 6 ควบคู่กับการบูรณาการเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง OneWeb
    • แพลตฟอร์ม IRIS ของ Thaicom: ระบบวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่รวมการทำงานของเซนเซอร์ Optical และระบบเรดาร์ช่องเปิดสังเคราะห์ (SAR: Synthetic Aperture Radar) ซึ่งมีคุณสมบัติทางเทคนิคในการตรวจจับทะลุทะลวงกลุ่มเมฆหมอก ทำให้สามารถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศได้ในทุกสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง
แพลตฟอร์ม IRIS สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม
แพลตฟอร์ม IRIS สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม

งาน THAIDEF-EX 2026 สะท้อนภาพชัดเจนว่า อุตสาหกรรมความมั่นคงของไทยกำลังพยายามขยับจากการเป็นผู้ซื้อและผู้นำเข้าเทคโนโลยีสำเร็จรูป มาสู่การเป็นผู้บูรณาการระบบ และผู้ผลิตชิ้นส่วนขั้นสูงภายในประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างซอฟต์แวร์ควบคุมโดรนยุทธวิธีและการประมวลผลข้อมูลดาวเทียมเรดาร์ ซึ่งถ้ามีโอกาสเราจะเจาะลึกผู้ประกอบการไทยมากความสามารถเหล่านี้กัน

รถหุ้มเกราะของชัยเสรี ผู้ผลิตไทย
รถหุ้มเกราะของชัยเสรี ผู้ผลิตไทย

อ้างอิง: สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

บรรณาธิการ CEEi ดูแลเนื้อหาด้านเทคโนโลยี Gadget ทุกประเภท

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...