
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนเคยเจอผีซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่บางคนไม่เคยเจออะไรเลย? ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์เผยแล้วว่า ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของ “ดวงซวย” หรือ “เซนส์แรง” แต่เป็นเพราะ 3 ปัจจัยหลักที่เกิดจากสมอง
ศาสตราจารย์ เมลิสซา มัฟเฟโอ (Professor Melissa Maffeo) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเวกฟอเรสต์ (Wake Forest University) รัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้อธิบายปรากฏการณ์นี้ผ่านบทความบนเว็บไซต์ The Conversation ว่า ประสบการณ์เหนือธรรมชาติส่วนใหญ่เกิดจาก A Perfect Storm ของปัจจัยหลายอย่างในชีวิตประจำวัน ที่เข้ามาบรรจบกันจนทำให้สมองตีความสิ่งรอบตัวผิดพลาด และนี่คือ 3 ตัวการสำคัญที่ทำให้มีโอกาส “เห็นผี” มากกว่าคนอื่น
อุปกรณ์วัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF) มักเป็นไอเทมยอดฮิตในรายการล่าท้าผี ผลการศึกษาในสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเฮี้ยนอย่าง “วังแฮมป์ตันคอร์ต” ในอังกฤษ พบว่าค่า EMF ในพื้นที่เหล่านั้นมีการผันผวนสูงจริง

นักวิทยาศาสตร์ตั้งคำถามกลับว่า “ผีเป็นคนทำให้เกิดคลื่น หรือคลื่นต่างหากที่ทำให้เราเห็นผี?” เพราะการทดลองในห้องจำลองพบว่า เมื่อมนุษย์อยู่ในคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แปรปรวน เราจะเริ่มมีอาการเวียนศีรษะ รู้สึกเหมือนร่างหลุดออกจากวิญญาณ หรือสัมผัสได้ว่ามี “บางอย่าง” อยู่ในห้องด้วย ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย
ปรากฏการณ์ “ผีอำ” (Sleep Paralysis) คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ในช่วงที่เรารับรู้และตื่นขึ้นมากลางดึกขณะที่ร่างกายยังอยู่ในสภาวะหลับลึก (REM Sleep) สมองจะสั่งล็อกกล้ามเนื้อไม่ให้ขยับเพื่อป้องกันไม่ให้เราขยับตามความฝัน
เมื่อคุณตื่นขึ้นมาแล้วขยับตัวไม่ได้ ความกลัวจะพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลให้สมองดึงเอาเศษเสี้ยวของความฝันมาฉายซ้ำในรูปแบบของภาพหลอนและเสียงแว่ว จนทำให้เราปักใจเชื่อว่ากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ

งานวิจัยพบว่าคนที่มีลักษณะบุคลิกภาพที่เรียกว่า Schizotypy กลุ่มอาการที่มีความคิด ความเชื่อ หรือการรับรู้ที่ค่อนข้างแปลกแยกจากคนทั่วไป เช่น เชื่อเรื่องโชคลาง เวทมนตร์ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติจะมีความไวต่อการรับรู้สิ่งรอบตัวสูงมาก คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะตีความสิ่งแวดล้อมที่คลุมเครือให้กลายเป็นเรื่องลี้ลับได้ง่ายกว่าคนอื่น
ศาสตราจารย์มัฟเฟโอ สรุปว่า แค่ความเชื่ออย่างเดียวไม่ได้ทำให้เราเห็นผี แต่เมื่อความเชื่อถูกผสมรวมเข้ากับปัจจัยกระตุ้น เช่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรืออาการผีอำ สมองของมนุษย์ที่พยายามหาคำตอบให้กับความผิดปกติเหล่านั้น จะเลือกคำตอบที่พวกเขาสบายใจที่สุด… ซึ่งนั่นก็คือ “ผี”
นอกจากนี้ งานวิจัยอีกชิ้นจากมหาวิทยาลัยแมคอีแวน (MacEwan University) ยังเสริมด้วยว่า ในอาคารเก่าๆ มักมีคลื่นเสียงความถี่ต่ำกว่าหูมนุษย์จะได้ยิน (Infrasound) ที่เกิดจากท่อน้ำหรือระบบระบายอากาศเก่า คลื่นเสียงนี้สามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ทำให้รู้สึกอึดอัด วิตกกังวล และขนลุกได้ ถ้าเราเข้าไปในสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่า “เฮี้ยน” อยู่แล้ว สมองก็พร้อมจะเหมารวมทันทีว่า… เรากำลังโดนผีหลอกเข้าให้แล้ว!
ส่วนใครที่ไม่เคยเมีประสบการณ์เจอผี ก็ลองหาหนังผีมาดูทดแทนไปก่อนก็ได้ ซึ่งตอนนี้มีน่าสนใจหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทอม 4, Colony ยีดร่างคลั่ง หรือ สนใจเรื่องไหนเช็กตารางและรอบฉายได้ที่ majorcineplex
ที่มา dailymail





