เผยความลับทางวิทยาศาสตร์! ทำไมบางคนถึง “เห็นผี” แต่บางคนไม่เคยเจอ

THE SUMMARY:

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนเคยเจอผีซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่บางคนไม่เคยเจออะไรเลย? ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์เผยแล้วว่า ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของ “ดวงซวย” หรือ “เซนส์แรง” แต่เป็นเพราะ 3 ปัจจัยหลักที่เกิดจากสมอง

ศาสตราจารย์ เมลิสซา มัฟเฟโอ (Professor Melissa Maffeo) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเวกฟอเรสต์ (Wake Forest University) รัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้อธิบายปรากฏการณ์นี้ผ่านบทความบนเว็บไซต์ The Conversation ว่า ประสบการณ์เหนือธรรมชาติส่วนใหญ่เกิดจาก A Perfect Storm ของปัจจัยหลายอย่างในชีวิตประจำวัน ที่เข้ามาบรรจบกันจนทำให้สมองตีความสิ่งรอบตัวผิดพลาด และนี่คือ 3 ตัวการสำคัญที่ทำให้มีโอกาส “เห็นผี” มากกว่าคนอื่น

1. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

อุปกรณ์วัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF) มักเป็นไอเทมยอดฮิตในรายการล่าท้าผี ผลการศึกษาในสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเฮี้ยนอย่าง “วังแฮมป์ตันคอร์ต” ในอังกฤษ พบว่าค่า EMF ในพื้นที่เหล่านั้นมีการผันผวนสูงจริง

EMF

นักวิทยาศาสตร์ตั้งคำถามกลับว่า “ผีเป็นคนทำให้เกิดคลื่น หรือคลื่นต่างหากที่ทำให้เราเห็นผี?” เพราะการทดลองในห้องจำลองพบว่า เมื่อมนุษย์อยู่ในคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แปรปรวน เราจะเริ่มมีอาการเวียนศีรษะ รู้สึกเหมือนร่างหลุดออกจากวิญญาณ หรือสัมผัสได้ว่ามี “บางอย่าง” อยู่ในห้องด้วย ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย

2. สมองรวนช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่น

ปรากฏการณ์ “ผีอำ” (Sleep Paralysis) คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ในช่วงที่เรารับรู้และตื่นขึ้นมากลางดึกขณะที่ร่างกายยังอยู่ในสภาวะหลับลึก (REM Sleep) สมองจะสั่งล็อกกล้ามเนื้อไม่ให้ขยับเพื่อป้องกันไม่ให้เราขยับตามความฝัน

เมื่อคุณตื่นขึ้นมาแล้วขยับตัวไม่ได้ ความกลัวจะพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลให้สมองดึงเอาเศษเสี้ยวของความฝันมาฉายซ้ำในรูปแบบของภาพหลอนและเสียงแว่ว จนทำให้เราปักใจเชื่อว่ากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ

Sleep track

3. ลักษณะบุคลิกภาพแบบ Schizotypy

งานวิจัยพบว่าคนที่มีลักษณะบุคลิกภาพที่เรียกว่า Schizotypy กลุ่มอาการที่มีความคิด ความเชื่อ หรือการรับรู้ที่ค่อนข้างแปลกแยกจากคนทั่วไป เช่น เชื่อเรื่องโชคลาง เวทมนตร์ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติจะมีความไวต่อการรับรู้สิ่งรอบตัวสูงมาก คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะตีความสิ่งแวดล้อมที่คลุมเครือให้กลายเป็นเรื่องลี้ลับได้ง่ายกว่าคนอื่น

ศาสตราจารย์มัฟเฟโอ สรุปว่า แค่ความเชื่ออย่างเดียวไม่ได้ทำให้เราเห็นผี แต่เมื่อความเชื่อถูกผสมรวมเข้ากับปัจจัยกระตุ้น เช่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรืออาการผีอำ สมองของมนุษย์ที่พยายามหาคำตอบให้กับความผิดปกติเหล่านั้น จะเลือกคำตอบที่พวกเขาสบายใจที่สุด… ซึ่งนั่นก็คือ “ผี”

นอกจากนี้ งานวิจัยอีกชิ้นจากมหาวิทยาลัยแมคอีแวน (MacEwan University) ยังเสริมด้วยว่า ในอาคารเก่าๆ มักมีคลื่นเสียงความถี่ต่ำกว่าหูมนุษย์จะได้ยิน (Infrasound) ที่เกิดจากท่อน้ำหรือระบบระบายอากาศเก่า คลื่นเสียงนี้สามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ทำให้รู้สึกอึดอัด วิตกกังวล และขนลุกได้ ถ้าเราเข้าไปในสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่า “เฮี้ยน” อยู่แล้ว สมองก็พร้อมจะเหมารวมทันทีว่า… เรากำลังโดนผีหลอกเข้าให้แล้ว!

ส่วนใครที่ไม่เคยเมีประสบการณ์เจอผี ก็ลองหาหนังผีมาดูทดแทนไปก่อนก็ได้ ซึ่งตอนนี้มีน่าสนใจหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทอม 4, Colony ยีดร่างคลั่ง หรือ สนใจเรื่องไหนเช็กตารางและรอบฉายได้ที่ majorcineplex

ที่มา dailymail

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...