รีวิว Seagate Firecuda X Vault ฮาร์ดดิสก์ภายนอก ดีไซน์เพื่อเกมเมอร์!

ในโลกที่หน่วยความจำแพงขึ้นทุกวัน Seagate ก็ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ราคาโอเคเลยกับ Seagate Firecuda X Vault ฮาร์ดดิสก์ภายนอก ที่แม้ไม่ได้เน้นพกพาแต่ดีไซน์เฟี้ยวฟ้าวเพื่อเกมเมอร์ กับความจุเริ่มต้น 8 TB ให้เก็บคลังเกมหรือคลังข้อมูลไว้ได้จุก ๆ โดยใช้สายเชื่อมต่อแค่เส้นเดียวเท่านั้น

ดีไซน์คือจุดเด่น

ด้านข้างมีชื่อรุ่น Firecuda X อยู่จาง ๆ
ด้านข้างมีชื่อรุ่น Firecuda X อยู่จาง ๆ

ด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Seagate Firecuda นั้นออกแบบมาเน้นเกมเมอร์เป็นหลัก เจ้า Firecuda X Vault เลยมีลูกเล่นที่แตกต่างจากฮาร์ดไดร์ฟสำหรับเดสก์ท็อปทั่วไป ด้านหน้าเป็นซี่ตะแกรงให้ดูดุดัน ด้านข้างเขียนชื่อรุ่นไว้จาง ๆ ตัววัสดุโดยรวมเป็นพลาสติก มีน้ำหนัก 1290 กรัม มันจึงไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ที่เราเหมาะกับพกพาไปไหนมาไหน เน้นเสียบแล้วใช้ยาว ๆ ในบ้านหรือในออฟฟิศมากกว่า

ไฮไลท์กระแทกตาคือไฟตรงกลางที่โดดเด่น ยิ่งเอาไปวางในหมู่คอมเกมเมอร์ที่มีแสงสีก็จะยิ่งเข้ากัน ไฟตัวนี้สามารถปรับสีและการเคลื่อนไหวได้ผ่านชุดซอฟต์แวร์ Seagate Toolkit จะให้ไฟสว่างนิ่ง ๆ หรือจะให้วูบวาบก็ทำได้ หรือใครไม่ชอบจะปิดไปเลยก็ได้ นอกจากนี้ระบบไฟยังทำงานร่วมกับ Windows Dynamic Lighting ทำให้ควบคุมสีและการเคลื่อนไหวของไฟให้ซิงก์กันกับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่รองรับระบบนี้เหมือนกันก็ได้

การปรับแต่งไฟผ่าน Windows Dynamic Lighting
การปรับแต่งไฟผ่าน Windows Dynamic Lighting

แต่เรื่องไฟที่ว่ามาทั้งหมดนั้นสำหรับผู้ใช้ Windows เท่านั้นครับ Seagate Toolkit สำหรับแมคยังไม่มีฟังก์ชันปรับแต่งสีไฟของตัวฮาร์ดดิสก์ ก็ต้องปรับสีกับการเคลื่อนไหวใน Windows มาก่อน มันก็จะจำไว้ที่ตัวไดรฟ์ พอใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ก็จะได้สีและการเคลื่อนไหวของไฟแบบนั้นครับ

การเชื่อมต่อก็เด่น

ด้านหลังมีพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C แค่พอร์ตเดียวก็ใช้ได้
ด้านหลังมีพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C แค่พอร์ตเดียวก็ใช้ได้

ปกติฮาร์ดไดร์ฟแบบ 3.5 นิ้ว ที่เชื่อมต่อภายนอกสำหรับเดสก์ท็อปนั้นจะต้องต่อสาย 2 เส้นคือสายไฟกับสายข้อมูลนะครับ แต่ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ทำให้ Seagate Firecuda X Vault สามารถต่อสาย USB-C แค่เส้นเดียวก็ใช้งานได้แล้ว ลดความยุ่งยากในการหาปลั้กไฟมาต่อเพิ่มได้เยอะ

ฮาร์ดดิสก์ตัวนี้ต้องการไฟ 15 W ขึ้นไป เพราะฉะนั้นมันจึงสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต USB-C ได้เท่านั้น ถ้าเสียบกับ USB-A จะใช้ไม่ได้เพราะมันจ่ายไฟได้ไม่พอ แล้วหลังจากเสียบแล้วอาจจะต้องใช้เวลาราว 30 วินาทีไดร์ฟถึงจะปรากฏขึ้นมาให้ใช้ได้

ความเร็วในการเชื่อมต่อและการใช้งานจริง

ความเร็วที่เทสต์ได้ผ่าน Blackmagic Disk Speed Test อยู่ที่ราว ๆ 200 MB/s
ความเร็วที่เทสต์ได้ผ่าน Blackmagic Disk Speed Test อยู่ที่ราว ๆ 200 MB/s

เราทดสอบความเร็วในการอ่าน-เขียนฮาร์ดดิสก์ตัวนี้ด้วยโปรแกรม Blackmagic Disk Speed Test ได้ความเร็วในการอ่าน-เขียนราว 200 MB/s ซึ่งก็ถือว่าเร็วสำหรับฮาร์ดดิสก์ แต่ก็ยังต่างจากระดับ SSD ที่ทำงานกันหลัก 1000 MB/s ขึ้นไป

เราทดลองนำ Seagate Firecuda X Vault ไปใช้กับงานตัดต่อวิดีโอ โดยลงฟุตเทจในไดรฟ์และตัดต่อโดยตรงผ่าน Final Cut Pro X ซึ่งก็ใช้ทำงานได้ แต่บางช่วงจังหวะหมุนรอโหลดข้อมูลจากดิสก์ เลยอาจจะไม่เหมาะกับงานลักษณะนี้นัก มันเหมาะเป็นถังข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับการเก็บฟุตเทจก่อนที่จะถ่ายไป SSD เพื่อทำงานมากกว่า

แอป Toolkit ในแมคนั้นมีความสามารถน้อยกว่า Windows มาก
แอป Toolkit ในแมคนั้นมีความสามารถน้อยกว่า Windows มาก

ส่วนงานที่ Firecuda X Vault ออกแบบมาคือการเก็บเกมจำนวนมาก ผู้ใช้ก็สามารถสั่งจากแอปจัดการเกมอย่าง Steam เพื่อเลือกให้โหลดเกมลงฮาร์ดดิสก์และเรียกใช้เกมจากฮาร์ดดิสก์ได้เลย หรือถ้ามีคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมหลายเครื่องก็สามารถโหลดเกมลงไดรฟ์แล้วเอาไปเสียบกับเครื่องอื่นเพื่อเล่นเกมได้เลยโดยไม่ต้องรอโหลดไฟล์ขนาดใหญ่จากอินเทอร์เน็ต (แต่เครื่องที่เล่นได้ก็ต้องมีสิทธิเล่นเกมนั้นนะ เช่นใช้บัญชี Steam เดียวกัน หรือซื้อเกมนั้นมาเหมือนกัน)

ซึ่งการเล่นเกมจากฮาร์ดดิสก์อาจทำให้เกมโหลดฉากช้าลงกว่าการเล่นจาก SSD บ้าง โดยเฉพาะกับเกมระดับ AAA ที่ต้องมีการโหลดข้อมูลเยอะ ๆ แต่ถ้าโหลดข้อมูลเข้าฉากเรียบร้อยแล้ว จะสามารถเล่นได้ไม่มีปัญหา

การใช้ Seagate Firecuda X Vault กับการเล่นเกมให้ได้ประสิทธิภาพ จึงต้องมีการบริหารเกมที่จะเก็บในฮาร์ดดิสก์กับเกมที่จะเก็บไว้บน SSD ซึ่งเร็วกว่า เกมที่เราเล่นประจำ หรือเกม AAA ที่คิดว่าเล่นจบไว ๆ อาจจะเหมาะโหลดลง SSD มากกว่า แล้วพอเล่นเสร็จแล้วก็สั่งย้ายข้อมูลจาก SSD ไปเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์เผื่อเรียกใช้ในอนาคตแทน (สั่งจาก Steam ได้เลย) หรือเกมที่เก่าหน่อย ไม่ต้องการการโหลดข้อมูลความเร็วสูง ก็เก็บและเล่นจากฮาร์ดดิสก์ไปเลยก็ได้ครับ

ซอฟต์แวร์สนับสนุนการทำงาน

ตัว Seagate Toolkits ยังมีความสามารถอีกหลายอย่างนอกจากปรับแต่งสีไฟ สำหรับใครที่ต้องการใช้สำรองข้อมูลการทำงานในโฟลเดอร์ต่าง ๆ เราสามารถสั่ง Backup และ Restore ข้อมูลได้ผ่าน Toolkits ซึ่งตั้งเวลาการทำงานได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Mirror สำหรับซิงก์ไฟล์ในโฟลเดอร์ในเครื่องกับโฟลเดอร์ในฮาร์ดดิสก์ให้เหมือนกัน ถ้าเพิ่มไฟล์อะไรเข้าไปในเครื่อง ไฟล์นั้นจะถูกเพิ่มให้เหมือนกันในฮาร์ดดิสก์ หรือถ้าลบไฟล์ไหนออกไปฮาร์ดดิสก์ ไฟล์นั้นก็จะถูกลบออกจากเครื่องไปด้วย และสามารถป้องกันข้อมูลด้วยรหัสผ่าน ไม่ให้คนอื่นเข้าถึงไฟล์ได้ด้วย

นอกจากนี้ Seagate ยังมีบริการ Rescue Data Recovery ให้กู้ข้อมูลได้ฟรี 1 ครั้งหากเกิดปัญหา โดยจะเป็นการส่งฮาร์ดดิสก์ไปกู้ข้อมูลที่แล็บในต่างประเทศ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าถ้ากู้ได้ ข้อมูลจะถูกใส่มาในฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่ที่อาจไม่ได้จุเท่าเดิมนะครับ

สรุปความคุ้มค่า

Seagate Firecuda X Vault เปิดตัวในไทย 2 ความจุคือ

  • 8TB ราคา 8,950 บาท
  • 20TB ราคา 35,900 บาท

ก็ถือเป็นฮาร์ดดิสก์ภายนอกความจุสูงที่ราคาไม่แพงเลย ยิ่งในยุคที่หน่วยความจำแพงขึ้นเรื่อย ๆ แบบตอนนี้ ใครที่อยากได้ความจุเพิ่มแบบไม่เน้นพกพาออกนอกสถานที่ Seagate Firecuda X Vault ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

บรรณาธิการ CEEi ดูแลเนื้อหาด้านเทคโนโลยี Gadget ทุกประเภท

8.5 / 10คะแนนรวม

Seagate Firecuda X Vault

The Summary

ฮาร์ดดิสก์ภายนอกสำหรับเดสก์ท็อปประสิทธิภาพสูงเพื่อเกมเมอร์ในราคาคุ้มค่า
Pros
  • ดีไซน์สวย มีลูกเล่นไฟที่สวยงาม
  • เสียบสายเส้นเดียวก็ใช้ได้ ไม่ต้องต่อสายไฟ
  • ให้ความจุสูง ในราคาไม่แพง
  • ความเร็วในการอ่าน-เขียนสูงในกลุ่มฮาร์ดดิสก์
  • มีบริการช่วยเหลือ กู้ข้อมูลได้ฟรี 1 ครั้ง
Cons
  • การปรับแต่งไฟใช้ในแมคไม่ได้
  • ขนาดใหญ่ น้ำหนักเยอะ ไม่เหมาะกับการพกพา
  • ความเร็วยังห่างจาก SSD ทำให้ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วสูง
Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...