
Microsoft เป็นบริษัทถือว่าอยู่ในตำแหน่งทางธุรกิจที่พิเศษกว่าบิ๊กเทคอื่น ๆ โดยเป็นทั้งผู้ให้บริการคลาวด์และซอฟต์แวร์ SaaS รายใหญ่ที่สุดของโลก ในขณะเดียวกัน Microsoft ก็ถือหุ้นมูลค่าสูงใน 2 ผู้พัฒนาโมเดล AI ชั้นนำอย่าง OpenAI และ Anthropic ด้วย แต่ถึงอย่างนั้น Microsoft ก็ไม่อยากเสียลูกค้าให้ OpenAI และ Anthropic ไป
สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ซีอีโอของ Microsoft คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่ายังไง Agentic AI ก็ต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคต ซึ่งนาเดลลาไม่อยากให้ Agentic AI ของ OpenAI และ Anthropic เข้ามาแย่งลูกค้าภายในระบบนิเวศของ Microsoft โดยตรง
ช่วงที่ผ่านมา นาเดลลาแนะนำบุคคลากรภายในองค์กรให้ใช้โมเดล AI แบบหลากหลาย ไม่ให้ใช้โมเดลใดโมเดลหนึ่งเพื่อความปลอดภัย เพราะหากทุ่มการใช้งานไปที่โมเดลโมเดลหนึ่ง นั่นหมายความว่าผู้ใช้งานจะต้องแชร์ข้อมูลที่มีอาจมีความสำคัญ ในการประชุมแถลงผลประกอบการประจำไตรมาสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นาเดลลาบอกกับนักวิเคราะห์ Wall Street อย่างตรงไปตรงมาว่า นี่คือโอกาสของ Microsoft ในการขายโมเดล AI ที่พ่วงด้วย Agent ของบริษัท, ระบบความปลอดภัย AI และบริการอื่น ๆ โดยชูจุดขายเรื่องต้นทุนที่ถูกกว่า

ในส่วนของประเด็นระบบเปิด/ปิด ของ AI ที่กำลังเป็นประเด็นในวงการไอทีตอนนี้นั้น นาเดลลาบอกว่า เป้าหมายสำคัญคือทำให้บริษัทสามารถกำหนดทิศทางของบริษัทเองได้ Microsoft มีจุดยืนที่ชัดเจนมาก ๆ ในการออกแบบโครงสร้างของแพลตฟอร์มในแบบที่สามารถเปลี่ยนโมเดลของ AI ได้ตลอดเวลา องค์กรไม่ควรพึ่งโมเดลใดเพียงโมเดลเดียว และบางครั้งอาจต้องใช้หลายโมเดลร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ Microsoft ยังเร่งพัฒนาโมเดลของตัวเองต่อเนื่อง โดยบริษัทเพิ่งประกาศเปิดตัวโมเดลใหม่กว่า 10 ตัวครอบคลุมงานด้านภาพ เสียง การถอดเสียง การเขียนโค้ด และความปลอดภัย รวมถึงโมเดลสำหรับการให้เหตุผลหรือ reasoning model ตัวแรกของบริษัทในชื่อ MAI Thinking One ที่คุ้มต้นทุนสำหรับการใช้งานระดับองค์กร นาเดลลายังระบุว่า Microsoft ออกแบบโมเดลร่วมกับฮาร์ดแวร์ของตัวเอง ทำให้โมเดล MAI ที่รันบนชิป Maya 200 มีประสิทธิภาพต่อวัตต์ดีขึ้นถึง 40%
ที่มา TechCrunch






