vivo ไทย เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงในซีรีส์ X300 รุ่นล่าสุด vivo X300 Ultra และ vivo X300 FE ในไทยอย่างเป็นทางการ โดยร่วมมือกับ ZEISS พัฒนาระบบกล้องระดับโปรเจาะกลุ่มสายครีเอเตอร์และคอนเสิร์ต พร้อมเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ววันนี้ในราคาเริ่มต้น 27,999 บาท
vivo X300 Ultra เป็นสมาร์ตโฟนรุ่น Ultra รุ่นแรกที่เปิดตัวในไทยของ vivo โดยเน้นการรองรับงานคอนเทนต์ระดับมืออาชีพด้วยระบบกล้องที่ออกแบบตามแนวคิดกล้องโปร ร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง ZEISS ให้กล้องมุมกว้างมาก เลนส์ ZEISS ระยะ 14mm เซนเซอร์ Sony LYTIA 818 ขนาด 1/1.28 นิ้ว กล้องหลักเลนส์ ZEISS ระยะ 35mm เซนเซอร์ Sony LYTIA 901 ขนาด 1/1.12 นิ้ว ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล และกล้องเทเลโฟโต้ ZEISS APO Gimbal-Grade เซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล




โดย vivo X300 Ultra ทำงานร่วมกับชิปเซตเสริม VS1+ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลภาพในสภาพแสงที่ถ่ายยาก รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ Cinematic แบบ 4K 120 fps 10-bit Log ได้ครบทุกระยะเลนส์ เพื่อนำไฟล์ไปเกรดสีต่อได้ นอกจากนี้ยังรองรับชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra ที่ขยายระยะซูมเทียบเท่า 400 มิลลิเมตร ช่วยให้การถ่ายภาพระยะไกลคมชัดยิ่งขึ้น



ด้านสเปกเครื่อง ขับเคลื่อนด้วยชิปเซต Snapdragon 8 Elite Gen 5 แบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 6600mAh รองรับชาร์จไว 100W FlashCharge แบบมีสาย และ 40W FlashCharge ไร้สาย ตัวเครื่องผ่านมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69 พร้อมการดูแลระบบและการอัปเดตความปลอดภัยยาวนานสูงสุด 7 ปี และอัปเดตระบบปฏิบัติการนาน 5 ปี ส่วนงานดีไซน์ มาพร้อมโมดูลกล้องกลมแบบคลาสสิก และให้หน้าจอขนาด 6.82 นิ้ว AMOLED 144Hzโดยจะวางจำหน่ายใน 2 เฉดสี ได้แก่ สีเขียว Steppe Green และ สีดำ Volcano Black





ในขณะที่ vivo X300 FE ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้งานสายคอนเสิร์ตและสายไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะ เน้นให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพในทุกสถานการณ์ได้ง่าย ๆ โดยได้ให้กล้องเทเลโฟโต้ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับระบบ AI Imaging Engine ช่วยจัดการแสง สี และรายละเอียดภาพได้ดี



โดย vivo X300 FE ก็มาพร้อมฟีเจอร์ Stage Mode สำหรับถ่ายภาพพอร์ตเทรตระยะไกลบนเวทีคอนเสิร์ตให้ชัดและรักษาโทนสีเป็นธรรมชาติได้แม้ในสภาพแสงซับซ้อน หรือช็อตเคลื่อนไหวระหว่างการแสดง รวมถึงรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60 fps ผ่านเลนส์เทเลโฟโต้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานร่วมกับชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 ที่ช่วยเพิ่มระยะซูมเทียบเท่า 200 มิลลิเมตรได้ด้วย


ประสิทธิภาพภายใน มาพร้อมชิปเซต Snapdragon 8 Gen 5 แบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 6500mAh รองรับการชาร์จไว 90W FlashCharge แบบมีสาย และ 40W FlashCharge ไร้สาย โครงสร้างตัวเครื่องเน้นความทนทานรอบด้าน ผ่านการรับรองกันกระแทกระดับ 5 ดาวจาก SGS และการทดสอบตกกระแทกตามมาตรฐานทางการทหารสหรัฐฯ (MIL-STD) พร้อมมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69 ส่วนดีไซน์ใช้โมดูลกล้องแบบไดนามิกจับถนัดมือ หน้าจอ AMOLED แบบแบนขนาด 6.31 นิ้ว มีวางจำหน่ายทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีม่วง Mist Purple, สีขาว Glow White, และ สีดำ Luxe Black













สมาร์ตโฟนทั้งสองรุ่น เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 27 พฤษภาคม 2569 และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา ช่องทางออนไลน์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียดราคาและชุดอุปกรณ์เสริมดังนี้

สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งจองช่วง Pre-order (22-27 พฤษภาคม 2569) จะได้รับของสมนาคุณ 3 ต่อ มูลค่ารวม 30,997 บาท ได้แก่

สำหรับผู้ที่สั่งจองช่วง Pre-order (22-27 พฤษภาคม 2569) จะได้รับของสมนาคุณมูลค่ารวม 21,998 บาท ประกอบด้วย





