
AIS ประกาศเปิดตัวโครงข่าย AIS 5G-ADVANCED ที่นำเทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่ และระบบ AI มาบริหารจัดการเครือข่าย เพื่อเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลและรองรับการใช้งานในพื้นที่หนาแน่น
การยกระดับโครงข่ายในครั้งนี้ AIS กล่าวว่าเป็นการก้าวสู่มาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอาศัยเทคโนโลยี 5G SA Carrier Aggregation ที่รวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกัน ประกอบด้วยแบบ 3CC (ผสานคลื่น 700, 2100 และ 2600 MHz) และแบบ 2CC (รวมคลื่น 700 และ 2600 MHz) การทำงานร่วมกันของคลื่นความถี่ดังกล่าว ช่วยเพิ่มความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 1.5 เท่า และอัปโหลดสูงสุด 2 เท่า นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาบริหารจัดการเครือข่ายแบบอัตโนมัติ (Autonomous Network) เพื่อปรับตัวรองรับปริมาณการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วย

สำหรับความพร้อมในการให้บริการในปัจจุบัน 5G SA Downlink 3CC เปิดใช้งานแล้วในพื้นที่สาทรและบางรัก โดยมีแผนขยายครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในปี 2569 นี้ ส่วนรูปแบบ Downlink 2CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่ตัวเมืองทั่วประเทศ ขณะที่ Uplink 2CC ครอบคลุมพื้นที่ตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว โดยตั้งเป้าขยายสู่ตัวเมืองทั่วประเทศภายในปีเดียวกัน ทั้งนี้ ผู้ใช้งานที่อยู่ในพื้นที่ และมีอุปกรณ์ที่รองรับจะแสดงสัญลักษณ์ 5G+ บนหน้าจอ โดยสามารถใช้งานได้ทันทีหากมีแพ็กเกจที่ตรงตามเงื่อนไข

นอกเหนือจากการเพิ่มประสิทธิภาพความเร็ว AIS ได้นำ AI มาใช้ในระบบรักษาความปลอดภัยผ่านบริการ AIS SAFE CONNECT เพื่อแจ้งเตือนเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องสงสัย รวมถึงมีบริการรับแจ้งเบาะแสและตัดสายมิจฉาชีพผ่านหมายเลข *1185# และสายด่วน 1185 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อบล็อกการติดต่อที่ผิดปกติ

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า “การเปิดตัว AIS 5G-ADVANCED ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ AIS ในการยกระดับโครงข่าย 5G จากเครือข่ายเพื่อการเชื่อมต่อ ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว” พร้อมระบุเสริมว่าการพัฒนาโครงข่ายอย่างต่อเนื่องจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ข้อดีของการที่ AIS ได้พัฒนาระบบมาเป็น 5G-Advanced นี้ จะทำให้สมาร์ตโฟน 5G (ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทย) สามารถใช้เครือข่ายที่ความเร็วเพิ่มขึ้น และมีความเสถียรมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่การทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมเป็นวิธีการแข่งขันที่ดีทางหนึ่งด้วย ต้องรอดูว่าการใช้ 5G Advanced นี้จะเป็นผลดีต่อผู้ใช้มากน้อยเพียงใด





