
ใครที่กำลังวางแผนประกอบพีซีใหม่ในช่วงปลายปี อาจต้องเตรียมงบเพิ่มอีก หลังมีรายงานจากแหล่งข่าวในห่วงโซ่อุปทานระบุว่า Asus, MSI และ Gigabyte ผู้ผลิตเมนบอร์ดรายใหญ่ของโลก เตรียมปรับขึ้นราคาเมนบอร์ดสูงสุดเกือบ 50% ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2026 เพื่อรับมือกับต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น

รายงานจาก Board Channels ซึ่งเป็นฟอรัมที่ติดตามข้อมูลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ระบุว่า ต้นทุนของ แผงวงจร PCB (Printed Circuit Board) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเมนบอร์ด มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างน้อย 50% ภายในช่วงปลายปีนี้ ขณะเดียวกันชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเก็บประจุ (Capacitor), ฮีทซิงค์ทองแดง, ชิปควบคุม รวมถึงภาคจ่ายไฟ (VRM) ต่างก็มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ผู้ผลิตอาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไร
สถานการณ์นี้สอดคล้องกับรายงานของ DigiTimes ที่ระบุว่า ปัจจุบันต้นทุนด้านหน่วยความจำ (RAM) กลายเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของต้นทุนการประกอบพีซี ทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต้องเลือกระหว่างการขึ้นราคา หรือปรับลดสเปกของผลิตภัณฑ์เพื่อควบคุมต้นทุน
แม้ต้นทุนบอร์ดจะเพิ่มขึ้น แต่ฝั่งผู้บริโภคกลับยังไม่มีแรงจูงใจในการอัปเกรดคอมพิวเตอร์มากนัก ตลาดพีซีประกอบเองยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่า Asus มียอดจัดส่งเมนบอร์ดต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะที่ MSI และ Gigabyte ก็ประเมินว่ายอดจัดส่งในปีนี้จะลดลงเป็นตัวเลขสองหลัก
อีกหนึ่งปัจจัยคือ ตลาดซีพียูยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างแรงดึงดูดมากพอ Intel เพิ่งเปิดตัวตระกูล Core Ultra 200 ไปก่อนหน้านี้ ส่วน AMD ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของสถาปัตยกรรม Zen 6 อย่างเป็นทางการ และยังคงเน้นการออกรุ่นปรับปรุงจากผลิตภัณฑ์เดิม ทำให้ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเลือกชะลอการอัปเกรดเครื่องออกไป
ข่าวการปรับขึ้นราคาครั้งนี้ยังเป็นเพียงข้อมูลจากแหล่งข่าวในห่วงโซ่อุปทานเท่านั้น Asus, MSI และ Gigabyte ยังไม่ได้ออกมายืนยันแผนการปรับราคาอย่างเป็นทางการ แต่หากรายงานนี้เป็นจริง ก็มีความเป็นไปได้ว่าคนที่กำลังวางแผนประกอบพีซีในช่วงปลายปีนี้ อาจต้องจ่ายค่าเมนบอร์ดแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ต้นทุนการประกอบเครื่องโดยรวมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ที่มา notebookcheck






