
Samsung Electronics ประกาศถอนตัวจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและทีวีในประเทศจีนหลังจากดำเนินการธุรกิจมายาวนานกว่า 34 ปี ตั้งแต่ปี 1992 หลังจากมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเกาหลีใต้และจีน
การตัดสินใจถอนตัวจากธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในจีนครั้งนี้เกิดจากการที่บริษัทไม่สามารถสร้างกำไรในส่วนของธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศจีนได้มากพอเนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงจากบริษัทจีนในท้องถิ่น โดยจะเน้นไปที่การทำตลาดสมาร์ตโฟนและเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น แต่ก็จะเป็นการดำเนินการธุรกิจแบบคัดเป็นพิเศษ
Samsung Electronics ได้ประกาศแผนปรับโครงสร้างธุรกิจภายในประเทศจีนใหม่ โดยจะมีการประกาศรายละเอียดทั้งหใดในเร็ว ๆ นี้ หัวใจสำคัญของแผนการนี้คือการมุ่งเน้นการวิจัย การผลิต และการลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นสูง เช่น สมาร์ตโฟนและเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศจีน บริษัทจะยุติการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและทีวีในประเทศจีน ส่วนโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในซูโจวจะยังคงเป็นฐานการผลิตสำหรับสินค้าส่งออกต่อไป บริษัทวางแผนที่จะขยายธุรกิจอย่าง Simgye Cheonha ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนซีรีส์ W ที่ออกแบบมาสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ และพัฒนา AI สำหรับผู้บริโภคชาวจีนด้วย
ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในประเทศจีนมีการแข่งขันที่สูงมาก โดยเฉพาะด้านราคาที่แบรนด์ท้องถิ่นทำออกมาได้ต่ำกว่า แม้แต่ตลาดพรีเมียม สเปกดี แบรนด์ท้องถิ่นก็ทำราคาได้ดีกว่าจนทำให้ส่วนแบ่งตลาดของ Samsung เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ ประกอบกับความต้องการของตลาดลดต่ำลง ปัญหาภาษีนำเข้า และค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้กำไรของ Samsung ยิ่งลดลงไปอีก จนทำให้บริษัทยอมถอนตัวออกจากตลาดนี้
ในระดับโลกนั้น Samsung Electronics ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงการปิดสายการผลิตบางส่วนและเปลี่ยนไปใช้การผลิตแบบจ้างบริษัทภายนอกแทนการผลิตเอง อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมูลค่าสูงอย่าง เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ จะยังคงผลิตเองภายในบริษัท ในขณะที่เครื่องล้างจานและไมโครเวฟกำลังพิจารณาเปลี่ยนไปใช้โมเดล OEM (Original Equipment Manufacturing) และ ODM (Original Design Manufacturing) อีกทั้งกำลังพิจารณาปิดโรงงานผลิตไมโครเวฟในมาเลเซียด้วย
การถอนตัวจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและทีวีในจีนของ Samsung ไม่ได้สะท้อนการย้อมแพ้ต่อการแข่งขันด้านราคาเท่านั้น แต่เป็นการเลือกวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่ให้สอดคล้องกับจุดแข็งของบริษัทมากขึ้น เพราะในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและแบรนด์ท้องถิ่นสามารถตอบโจทย์ได้ดี Samsung อาจไม่สามารถใช้กลยุทธ์พรีเมียมแบบเดิมเพื่อสร้างความแตกต่างได้มากพอ การลดบทบาทในสินค้าที่มีการแข่งขันสูงและกำไรต่ำ แล้วหันไปเน้นสมาร์ตโฟนรุ่นเฉพาะตลาดจีน เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยี AI จึงเป็นการเปลี่ยนจากการแข่งขันแบบเน้นขายจำนวนมากไปแข่งขันแบบเลือกตลาดสร้ามูลค่าสูงกว่า ซึ่งช่วยให้บริษัทใช้ทรัพยากรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รักษาภาพลักษณ์แบรนด์ในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง และลดความเสี่ยงจากสงครามราคากับแบรนด์จีนในระยะยาวได้ดีกว่า
ที่มา Chosun





