
เชื่อว่าคนที่ไม่ได้อยู่วงการไอทีตอนนี้น่าจะพอสัมผัสได้แล้วว่า สินค้าที่มีหน่วยความจำเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะแรมหรือ SSD ต่างมีราคาที่สูงขึ้น ชัดเจนที่สุดก็คงตอนที่ Apple ขึ้นราคาสินค้าเกือบยกแผง แต่วิกฤตหน่วยความจำอาจจะยังไม่หมดเพียงเท่านี้ก็ได้
กวัก โนจุง (Kwak Noh-jung) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SK Hynix ได้ออกมาเตือนว่า ปี 2027 อาจเป็นปีที่ตลาดชิปหน่วยความจำประสบภาวะขาดแคลนรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และสถานการณ์นี้อาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2030 หากผู้ผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้มากพอต่อความต้องการของตลาดได้
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแส AI กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปทั่วโลกต้องเร่งผลิตหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะ HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของชิป AI อย่าง Nvidia รวมถึงผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ด้วย ปัญหาที่สำคัญคือ การผลิต HBM ใช้ทรัพยากรและกำลังการผลิตมากกว่าหน่วยความจำทั่วไป เช่น DDR5 หรือ NAND ทำให้โรงงานจำนวนมากต้องปรับสายการผลิตไปรองรับตลาด AI ส่งผลให้หน่วยความจำสำหรับคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปมีปริมาณการผลิตที่ลดลง
แม้ว่าอุตสาหกรรม AI จะช่วยสร้างกำไรให้กับผู้ผลิตชิปอย่าง SK Hynix รวมถึง Samsung และ Micron แต่ก็สร้างผลกระทบต่อตลาดผู้บริโภคหรือตลาด Consumer อย่างมหาศาล ยกตัวอย่างผู้เขียนเคยซื้อ External SSD ขนาด 1TB ในราคาประมาณ 3,000 บาท ตอนนี้ราคาได้ดีดขึ้นไปที่ระดับ 6,000 บาทเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ซีอีโอของ SK Hynix มองว่า แม้ผู้ผลิตชิปจะสร้างโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตก็อาจจะไม่พอต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ SK Hynix กำลังพิจารณาสร้างโรงงานแห่งใหม่ในหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งเดินหน้าขยายฐานการผลิตในเกาหลีใต้ร่วมกับแผนลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตในระยะยาวด้วย
หากใครที่กำลังหวังให้วิกฤตหน่วยความจำจบลงในเร็ว ๆ นี้ก็คงต้องทำใจไว้ก่อน เพราะจากคำพูดของผู้บริหาร SK Hynix เป็นอะไรที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ปัญหาราคาน่าจะไม่จบลงเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน
ที่มา WCCFTECH






