
ถึงแม้ที่ผ่านมาเราจะเห็นหลายกรณีที่การติดโซเชียลหรือสมาร์ตโฟนส่งผลให้ผลการเรียนของนักเรียนแย่ลงกันมาบ้าง แต่การห้ามใช้สมาร์ตโฟนในห้องเรียนอาจไม่ใช่คำตอบแบบเบ็ดเสร็จอย่างที่รัฐบาลหรือโรงเรียนคาดหวังเสมอไป เมื่อมีงานวิจัยชี้ว่า การแบนสมาร์ตโฟนไม่ได้ช่วยให้คะแนนสอบของนักเรียนในสหรัฐฯ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หน่วยงานวิจัยด้านเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา National Bureau of Economic Research (NBER) เตรียมเผยแพร่งานวิจัยที่มีชื่อว่า “The Effects of School Phone Bans: National Evidence From Lockable Phones” ซึ่งมีการเก็บข้อมูลตำแหน่งของสมาร์ตโฟนจากโรงเรียนมากกว่า 40,000 แห่ง ในช่วงปี 2019-2026
ในช่วงแรกของการบังคับใช้มาตรการแบนสมาร์ตโฟน พบว่านักเรียนมีปัญหาด้านวินัยเพิ่มขึ้นในระยะสั้น อันเป็นผลจากการต้องปรับตัวต่อกฎใหม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปนักเรียนสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น ส่งผลให้ปัญหาด้านวินัยค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ
แม้จะมีการบังคับใช้มาตรการแบนสมาร์ตโฟนอย่างจริงจังในโรงเรียนแล้วก็ตาม แต่กลับพบว่าแทบไม่ส่งผลต่อคะแนนสอบ อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าสมาร์ตโฟนมีอิทธิพลต่อการมาเรียน ความตั้งใจในห้องเรียน หรือการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ สอดคล้องกับงานวิจัยจากสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่าการแบนสมาร์ตโฟนไม่ได้ทำให้เวลาการใช้งานหน้าจอลดลง และแทบไม่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของนักเรียนเช่นกัน
ถึงอย่างนั้น หลายประเทศยังคงเดินหน้านโยบายแบนสมาร์ตโฟนในโรงเรียนต่อไป เช่น ฝรั่งเศสที่เริ่มใช้มาตรการใหม่ในเดือนกันยายนปีนี้ รวมไปถึงเกาหลีใต้ที่เริ่มจำกัดการใช้ในระดับประถม และมัธยมตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้ผลวิจัยจะระบุว่าการแบนสมาร์ตโฟนไม่ได้ส่งผลต่อคะแนนสอบ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่าผลกระทบระยะยาวอาจยังไม่ปรากฏขึ้นเช่นกัน เนื่องจากการศึกษานี้ติดตามผลเพียงไม่เกิน 3 ปีหลังเริ่มใช้นโยบาย อีกทั้งผลลัพธ์ด้านพฤติกรรม การเรียนรู้เชิงลึก หรือทักษะทางสังคมอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้นจึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนก็เป็นได้
ที่มา: engadget





