อย่างที่ทุกคนเห็นว่าตอนนี้ชิ้นส่วนแรมและหน่วยความจำอย่าง SSD กำลังมีราคาที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดอยู่ในระดับที่สูงมาก นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า ปัญหาแรมราคาพุ่งนี้อาจลากยาวไปได้ถึงปี 2028 เลยทีเดียว
ราคาแรมในช่วงปี 2026
- DDR5 32GB (2x16GB): ราคา 300–500 เหรียญ จากเดิม 80–120 เหรียญ เพิ่มขึ้นราว 300–400%
- DDR4 32GB (2x16GB): ราคา 250–350 เหรียญ จากเดิม 55–70 เหรียญ เพิ่มขึ้นราว 400–500%
- DDR5 64GB (2x32GB): ราคา 600–900+ เหรียญ จากเดิม 150–200 เหรียญ
Tom’s Hardware รายงานว่า DDR5 บางชุดมีราคาทะลุ 4,000 เหรียญ หรือมากกว่า 132,000 บาทไปแล้วบนเว็บไซต์ Newegg โดย Winbond ระบุว่ากำลังการผลิตทั้งหมดถูกจองเต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ซึ่งนักวิเคราะห์ชั้นนำของโลก มองว่าราคาแรมจะยังไม่ลงภายในปี 2026
- Gartner: คาดว่าราคา DRAM และ SSD รวมกันจะพุ่งขึ้น 130% ภายในสิ้นปี ทำให้ PC มีราคาสูงขึ้น 17% และยอดจัดส่งลดลง 10.4% นอกจากนี้ยังคาดว่าในปี 2026 เราจะเจอ Memflation หรือสถานการณ์ราคาแรมเฟ้อ (DRAM เฟ้อ 80%, NAND เฟ้อ 202%) การขาดแคลนจะลากยาวถึงครึ่งหลังของปี 2027 และตลาด PC ระดับเริ่มต้นอาจหายไปอย่างสิ้นเชิงในปี 2028
- IDC: คาดการณ์ว่ายอดขาย PC ในปี 2026 จะลดลง 11.3% ซึ่งแย่กว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เคยประเมินไว้ ปัญหาด้านซัปพลายเชนจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027
- TrendForce: รายงานว่าราคา Spot ของ DRAM แซงหน้าราคาซื้อขายตามสัญญาแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะตลาดตึงตัวอย่างรุนแรง สต็อกของผู้ผลิตร่อยหรอ และกำลังการผลิตถูกเทไปให้ฝั่ง AI เป็นหลัก
- Tom’s Hardware: รายงานว่าตลาด DRAM ได้เข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงราคาแบบรายชั่วโมงสำหรับบริษัทเล็กๆ ที่ต้องแย่งชิงเศษซากชิปหน่วยความจำที่เหลือในตลาด
คาดการณ์ไทม์ไลน์ ราคาจะลงเมื่อไหร่?
ในส่วนนี้จะเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ไทม์ไลน์และราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อีก แต่ใช้เป็นข้อมูลสำหรับใครที่กำลังเตรียมเงินไว้ซื้อชิ้นส่วนเหล่านี้ครับ
- ไตรมาส 1–2 ปี 2026: ราคาจะพุ่งขึ้นต่อ โดย Samsung และ SK Hynix ได้แจ้งขึ้นราคากับลูกค้าแล้วในไตรมาส 2 ส่วน Winbond คาดว่าราคาจะขึ้นไปอีกเกือบ 4 เท่าเมื่อเทียบกับราคาเมื่อกลางปี 2025 ภายในเดือนมิถุนายน
- ครึ่งหลังปี 2026: ราคาอาจขึ้นไปถึงจุดทรงตัว หรือหยุดขึ้น แต่ก็ยังไม่ลดลง
- ปลายปี 2027: นี่คือช่วงเวลาที่คาดว่าจะเร็วที่สุดที่ราคาอาจกลับสู่ภาวะปกติ โรงงานใหม่ของ SK Hynix, Samsung และ Micron อาจมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณชิปส่วนใหญ่จะถูกจองไว้สำหรับ AI และ HBM ไม่ใช่การผลิตแรมสำหรับตลาด Consumer
- ปี 2028 เป็นต้นไป: ราคาอาจกลับมาสมเหตุสมผลมากขึ้น แม้จะเป็นคำว่าสมเหตุสมผล แต่จะไม่กลับไปถูกเท่าช่วงกลางปี 2025 อีกแล้ว เนื่องจากโครงสร้างอุตสาหกรรม DRAM ได้เปลี่ยนไปมุ่งเน้นที่ความต้องการด้าน AI เป็นหลัก
ราคา DDR2/3 ยังขึ้น
ไม่ใช่แค่แรมรุ่นใหม่เท่านั้นที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่แรมรุ่นเก่าอย่าง DDR2 และ DDR3 ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
ข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่า ราคาตามสัญญาของ DDR2 ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 พุ่งขึ้นถึง 55-60% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 35-40% ในไตรมาสที่ 3 สาเหตุหลักมาจากปรากฏการณ์โดมิโนที่ต่อเนื่องมาจากรุ่นพี่ เมื่อแผ่นเวเฟอร์ถูกแย่งไปผลิต HBM จนชิป DDR5 และ DDR4 ขาดแคลน ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ก็ต้องดิ้นรนแก้ปัญหาด้วยการยอมลดสเปกไปใช้ DDR3 แทน และเมื่อ DDR3 เริ่มหมดตลาด ความต้องการก็ทะลักลงมาสู่ DDR2 ซึ่งเป็นมาตรฐานดั้งเดิมตั้งแต่ปี 2003
ราคาตามสัญญาหรือ Contract Price หมายถึง ราคาสินค้าหรือค่าบริการที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ
ปรากฏการณ์ที่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อายุ 20 กว่าปี มีราคาพุ่งขึ้นถึง 60% ในไตรมาสเดียว เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า โครงสร้างตลาดที่เทน้ำหนักไปหา AI และทำให้เกิดการบิดเบือนราคาทั้งอุตสาหกรรม และยังชี้ชัดด้วยว่าแม้สินค้ารุ่นเก่าก็มีค่ามากในเวลานี้
ที่มา IQON, The Next Web, ที่มารูปภาพ