
เราอยู่ในยุคที่ผลิตภัณฑ์ต่างมีระบบรายเดือนหรือ Subscription กันเยอะขึ้น ไม่พ้นแม้แต่ฮาร์ดแวร์อย่าง WHOOP ซึ่งชูจุดเด่นเรื่องการประมวลผลข้อมูลสุขภาพ แต่ต้องมีการชำระค่าบริการรายปี
เชื่อว่าหลายคนอาจจะอยากได้ WHOOP แต่ติดข้อจำกัดที่ค่าบริการรายปี อยู่ที่ 199 เหรียญต่อปีซึ่งสร้างความลังเลพอสมควร แต่ตอนนี้มีโปรเจ็กต์โอเพ่นซอร์ซที่กำลังเป็นที่พูดถึงบนโลกอินเทอร์เน็ต นั่นก็คือแอป Goose ที่สามารถดึงข้อมูลจากอุปกรณ์ WHOOP ได้โดยไม่ต้องอาศัยการสมัครสมาชิกของ WHOOP โดยตรง
Goose เป็นโปรเจกต์โอเพนซอร์สที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดลองว่าเราสามารถเข้าถึงข้อมูลจาก WHOOP ได้มากแค่ไหน โดยไม่ต้องใช้ระบบสมาชิกของ WHOOP ซึ่งผู้พัฒนาโปรเจกต์นี้ระบุว่า แอปนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมาก หรือระดับ pre-alpha เท่านั้น ยังไม่ใช่แอปที่พร้อมใช้งานแทนระบบสมาชิกของ WHOOP ในชีวิตจริง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือตัวแอปสามารถดึงข้อมูลพื้นฐานจาก WHOOP ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Goose ยังอยู่ในระยะทดลองเริ่มต้นเท่านั้น ตัวแอปยังมีปัญหาเรื่องความล่าช้าในการทำงาน และยังต้องปรับปรุงโค้ดอีกมากก่อนจะกลายเป็นแอปที่ใช้งานได้จริง นอกจากนี้ โปรเจกต์ยังเน้นไปที่อุปกรณ์ iOS เป็นหลัก นั่นหมายความว่า หากใช้ได้จริง iOS ก็จะเป็นอุปกรณ์กลุ่มแรกที่ได้ใช้งาน ส่วนอุปกรณ์ Android อาจต้องรอพอร์ตเพิ่มเติมในอนาคตไปอีก และที่สำคัญ ตอนนี้ Goose ใช้งานได้กับ WHOOP 5.0 เท่านั้น ยังไม่รองรับรุ่นเก่า

จริง ๆ ตลาด Subscription โดยเฉพาะในกลุ่มฮาร์ดแวร์แบบ Wearable มีกลุ่มผู้ใช้งานที่พยายามลดการพึ่งพาการจ่ายรายเดือนมากพอสมควร ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานว่าผู้ใช้ Oura Ring บางกลุ่มกำลังพยายามหาวิธีเข้าถึงข้อมูลสุขภาพโดยไม่ต้องพึ่งระบบสมาชิกเช่นกัน
แม้ว่าผู้ใช้งานอาจจะรู้สึกไม่อยากจ่าย แต่อีกมุมหนึ่ง บริษัทต่าง ๆ อาจมองว่าค่าสมาชิกเป็นรายได้ต่อเนื่องที่ช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ วิเคราะห์ข้อมูล และให้บริการคลาวด์ได้ แต่สำหรับผู้ใช้งานบางส่วนอาจรู้สึกว่า การต้องจ่ายเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อดูข้อมูลจากอุปกรณ์ที่ตนเองซื้อมาแล้วก็นับเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่มากเกินไปได้
แม้ว่าปัจจุบัน Goose จะยังไม่ใช้แอปที่สมบูรณ์ดี แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคต ผู้ใช้งานอุปกรณ์สวมใส่แบบติด Subscription อาจมีทางเลือกมากขึ้นในการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องผูกติดกับระบบสมาชิกของบริษัทผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้ WHOOP ได้ฟ้องร้อง Bevel ในกรณีหน้าตาแอปของ Bevel นั้นดันคล้ายกับ WHOOP แม้ว่าความจริง Bevel จะพัฒนาหน้าตามาก่อน ในส่วนของ Goose นั้นก็อาจจะโดนได้เช่นกัน
ในส่วนของ Bevel นั้น WHOOP ฟ้องโดยเน้นเรื่อง trade dress, copyright และ patent คือกล่าวหาว่า Bevel ลอกหน้าตา ประสบการณ์ใช้งาน และวิธีนำเสนอข้อมูล health metrics เช่น recovery, strain, sleep มากเกินไป
แต่สำหรับ Goose นั้นต่างจาก Bevel เพราะ Goose ไม่ใช่แค่แอป health dashboard ที่หน้าตาคล้าย WHOOP แต่เป็นโปรเจกต์โอเพนซอร์สที่พยายามอ่านข้อมูลจากอุปกรณ์ WHOOP โดยไม่ต้องมี subscription ซึ่ง Android Authority บอกว่า Goose เป็น proof of concept สำหรับเข้าถึงข้อมูล WHOOP tracker โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก และตอนนี้ยังเป็น pre-alpha รองรับ WHOOP 5.0 เป็นหลัก
WHOOP อาจไม่ได้บอกว่าข้อมูลชีพจรเป็นของบริษัทนะ แต่จะบอกว่า Goose กำลังพยายามหลบหรือเลี่ยงระบบป้องกันที่ WHOOP ใช้ควบคุมการเข้าถึงบริการ/ซอฟต์แวร์ของเรา ตรงนี้เป็นจุดที่ Goose เสี่ยงกว่า Bevel เพราะ Bevel ไม่ได้พยายามปลดล็อกฮาร์ดแวร์ WHOOP โดยตรง แต่ Goose มีจุดเด่นที่ดึงข้อมูลจาก WHOOP ได้โดยไม่ต้องอาศัย Subscription
ที่มา Android Authority





