
Apple ประกาศเปิดตัวชุดฟีเจอร์ด้านการช่วยการเข้าถึงหรือ Accessiblity ชุดใหม่ โดยมีการนำ Apple Intelligence เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็น VoiceOver, Magnifier, Voice Control และ Accessibility Reader รวมถึงเพิ่มฟีเจอร์สร้างซับไตเติลอัตโนมัติในวิดีโอที่ไม่มีคำบรรยาย และความสามารถใหม่บน Apple Vision Pro ที่ช่วยให้ผู้ใช้วีลแชร์ไฟฟ้าสามารถควบคุมอุปกรณ์ผ่านสายตาได้
หนึ่งในกลุ่มฟีเจอร์ที่ได้รับการอัปเกรดมากที่สุดคือ VoiceOver และ Magnifier ซึ่งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ที่ตาบอดหรือมีการมองเห็นเลือนรางให้เข้าใจข้อมูลบนหน้าจอและสิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น
ฟีเจอร์ Image Explorer ใน VoiceOver ที่ถูกอัปเกรดด้วยจะสามารถอธิบายภาพได้ละเอียดขึ้นในระดับระบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย บิลที่สแกน เอกสารส่วนตัว หรือคอนเทนต์ภาพประเภทอื่น ๆ ผู้ใช้จึงไม่ได้รับเพียงคำอธิบายสั้น ๆ ว่าในภาพมีอะไร แต่สามารถรับรายละเอียดที่ลึกขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจบริบทของภาพมากกว่าเดิม Apple ยังปรับปรุง Live Recognition ให้ผู้ใช้ VoiceOver สามารถกดปุ่ม Action บน iPhone แล้วถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่กล้องกำลังมองเห็นได้ทันที
ส่วน Magnifier ก็เพิ่มความสามารถใหม่ลักษระเดียวกัน โดย Apple ระบุว่า Magnifier จะใช้ Apple Intelligence เพื่อช่วยอธิบายสิ่งที่มองเห็นผ่านอินเทอร์เฟซแบบ High Contrast ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีการมองเห็นเลือนราง ผู้ใช้ยังสามารถใช้ปุ่ม Action เพื่อถามคำถามและรับคำตอบได้รวดเร็ว รวมถึงควบคุมแอปด้วยเสียง เช่น สั่งให้ซูมเข้า หรือเปิดไฟฉาย เป็นต้น
เดิมผู้ใช้งานต้องจดจำคำสั่ง ชื่อปุ่ม หรือหมายเลขบนหน้าจอค่อนข้างแม่นยำสำหรับการใช้งาน Voice Control แต่การใช้ Apple Intelligence เข้ามาช่วยทำให้ระบบรองรับการสั่งงานด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นได้ ผู้ใช้งานสามารถอธิบายสิ่งที่เห็นบนหน้าจอแทนการพูดชื่อปุ่มแบบตรงตัว เช่น สั่งให้แตะคู่มือร้านอาหารที่ดีที่สุด หรือแตะโฟลเดอร์สีม่วง ระบบจะพยายามเข้าใจจากบริบทของหน้าจอและคำพูดของเจ้าของเครื่อง
อย่างไรก็ตาม Apple ระบุในหมายเหตุว่า Voice Control ที่ขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence จะเริ่มรองรับภาษาอังกฤษในสหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลียก่อน
Apple อัปเกรด Accessibility Reader ให้ฉลาดขึ้นสำหรับผู้ที่มีความยากลำบากในการอ่าน เช่น ผู้มีภาวะ dyslexia หรือผู้ที่มีการมองเห็นเลือนราง จุดเด่นของเวอร์ชันใหม่นี้คือสามารถจัดการกับเอกสารที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น เช่น บทความวิทยาศาสตร์ เอกสารหลายคอลัมน์ เอกสารที่มีรูปภาพ หรือตารางประกอบ ระบบสามารถช่วยแปลงประสบการณ์การอ่านให้เหมาะกับผู้ใช้งานมากขึ้น และยังมีฟีเจอร์สรุปแบบ on-demand เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมของเนื้อหาก่อนเจาะลึกไปที่รายละเอียด
Apple ยังเปิดตัวฟีเจอร์ Generated Subtitles for Video หรือการสร้างซับไตเติลอัตโนมัติสำหรับวิดีโอที่ไม่มีคำบรรยาย ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีความสำคัญต่อผู้ที่หูหนวกหรือมีปัญหาการได้ยิน
แม้ว่าปัจจุบันวิดีโอจำนวนมากจะมีระบบ caption มากขึ้น แต่ Apple ชี้ว่าคอนเทนต์จำนวนมากยังไม่มีคำบรรยาย โดยเฉพาะวิดีโอส่วนตัว คลิปที่เพื่อนหรือครอบครัวส่งมา รวมถึงวิดีโอบางประเภทที่สตรีมออนไลน์ ฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยถอดเสียงพูดในวิดีโอเป็นข้อความโดยอัตโนมัติ หากวิดีโอนั้นไม่มีซับไตเติลหรือคำบรรยายมาให้ตั้งแต่ต้น
หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่สุดคือความสามารถใหม่ของ Apple Vision Pro ที่ช่วยให้ผู้ใช้วีลแชร์ไฟฟ้าสามารถควบคุมระบบขับเคลื่อนที่รองรับได้ด้วยสายตา สำหรับผู้ใช้วีลแชร์ไฟฟ้าบางคน การควบคุมด้วย joystick อาจไม่ใช่ทางเลือกที่สะดวกที่สุด การมีระบบควบคุมแบบอื่นจึงมีความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ Apple ระบุว่าฟีเจอร์ใหม่นี้ใช้ระบบ eye-tracking ที่แม่นยำของ Vision Pro เพื่อเป็นวิธีป้อนคำสั่งในการขับเคลื่อนวีลแชร์
Apple ระบุว่าฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้จะเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานภายในปีนี้ โดยยังคงเน้นแนวทางสำคัญของบริษัทคือการออกแบบฟีเจอร์ช่วยการเข้าถึงแต่ยังปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอของ Apple กล่าวว่า Apple Intelligence จะทำให้ฟีเจอร์ด้าน accessibility ทรงพลังขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาหลักการ privacy by design หรือการออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
ที่มา 9to5Mac







