
Alldocube แบรนด์แท็บเล็ตน้องใหม่ได้เชิญเราไปลอง 2 แท็บเล็ตที่กำลังจะลงตลาดไทย ซึ่งเราได้ลองสั้น ๆ ก็บอกเลยว่าน่าสนใจด้วยราคาที่คุ้มค่ากับคุณภาพของตัวแท็บเล็ต หน้าจอและความลื่นไหลที่จัดว่าดีเลย

เริ่มที่ตัวแรกเป็นรุ่นเล็กที่แบรนด์เอามาโชว์ในวันนี้กับแท็บเล็ตจอ 12.1 นิ้วแบบ IPS 90 Hz ที่จัดความละเอียดมา 2.5K ซึ่งให้ภาพได้คมสวยเลย ลองเปิด Youtube ดูก็ให้ภาพที่สวยลื่นไหล สร้างความบันเทิงได้เพลิน ๆ สำหรับคนที่ต้องพกพาไปนอกบ้าน ลำโพงที่ติดเครื่องมาแบบ 4 ดอกก็ให้คุณภาพเสียงประมาณหนึ่ง พอสำหรับการใช้งาน แต่ยังห่างจาก Alldocube Ultra Pad ที่จัดเต็มระบบเสียงมากกว่า
ด้านสเปกแม้จะเป็นชิปรุ่นรองอย่าง MediaTek G100 แต่ก็ให้ประสบการณ์การใช้ที่ดี ด้วยความที่ให้แรมมา 8 GB พร้อมหน่วยความจำในตัวอีก 128 GB พร้อมเป็น Android 16 ด้วยทำให้การเปิด-ปิดแอป สลับแอปทำได้ไม่มีสะดุด ก็รองรับการใช้งานแบบการท่องเว็บ หรือสลับแอปโซเซียลได้สบาย ๆ ส่วนเรื่องเล่นเกมเรายังไม่ได้ลองจริงจัง แต่ว่าด้วยจอที่ละเอียดกว่ามือถือและชิปที่เป็นระดับกลาง ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเล่นเกมโดยใช้คุณภาพกราฟิกสูงสุดได้ครับ

แล้วเห็นเป็นแท็บเล็ต แต่ก็สามารถใส่ได้ 2 ซิม รองรับเป็น 4G LTE ก็ทำให้การใช้งานนอกบ้านทำได้ไม่สะดุด ส่วนใครที่ต้องการเก็บข้อมูลเยอะ ๆ ก็สามารถเพิ่มความจุได้ด้วย microSD ที่ใส่ได้สูงสุด 1 TB เลย
ด้วยจอที่ใหญ่พอ และ Alldocube iPlay 70 Pad Pro นั้นขายมาพร้อมเคสคีย์บอร์ดและปากกาด้วย ก็ทำให้ใช้งานในรูปแบบ PC ได้เลย เราทดลองพิมพ์แล้วตัวคีย์บอร์ดถือว่าทำได้ดี ขนาดปุ่มต่าง ๆ ค่อนข้างได้มาตรฐาน มี Trackpad ด้วยทำให้ใช้งานแบบคอมพิวเตอร์ที่ลากเมาส์ไปมาในจอได้ แต่คีย์บอร์ดจะไม่มีสกรีนไทยในตัวนะครับ จะได้เป็นสติกเกอร์มาแปะแทน

ส่วนปากกาที่มากับชุดนั้นเป็นปากกาแบบ Capacitive คือปากกาที่เลียนแบบการสัมผัสของนิ้วเรากับจอ ไม่ใช่ปากกาแบบ S-Pen หรือ Apple Pencil ที่รองรับแรงกดนะครับ โดยหัวปากกาจะเป็นแบบจานเหมือนปากกายุคก่อน ลองใช้แล้วก็ใช้ง่ายดีใช้งานทั่วไปแบบไม่ต้องลงดีเทลมากได้สบาย ๆ แล้วปากกาตัวนี้มีปากกาลูกลื่นปกติซ่อนมาให้ด้วย ใช้เขียนในกระดาษได้เลย
Alldocube iPlay 70 Pad Pro มีน้ำหนัก 590 กรัม ก็หนักกว่าเจ้าตลาดอยู่นิดหน่อย โดยในชุดมาพร้อมเคสคีย์บอร์ดและปากกา วางขายแล้วในราคา 9,490 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่ามาก หาซื้อได้ตาม Shopee, Lazada, TikTok Shop

ถ้าอยากได้แท็บเล็ตที่ความสามารถเหนือกว่า iPlay 70 Pad Pro ก็ต้องรุ่นพี่อย่าง Alldocube Ultra Pad ที่เน้นความบันเทิงจัดเต็มด้วยจอ IPS ขนาด 13 นิ้ว 2.8K 144 Hz พร้อมลำโพง 8 ดอกที่ให้เสียงได้กลมกล่อม มีเทคโนโลยี DTS ที่เสริมความเต็มอิ่มให้เสียงได้มากกว่าเดิม
ด้านสเปกตัวเครื่องก็อัปเกรดมาเป็นชิป Snapdragon 7+ Gen 3 พร้อมแรม 12 GB และความจุเครื่อง 256 GB ทำให้การทำงานลื่นไหลกว่าเดิม ซึ่งถ้าความจุเครื่องไม่พอก็สามารถใส่ MicroSD เพิ่มได้สูงสุด 1 TB แต่รุ่นนี้ไม่สามารถใส่ซิมได้เหมือนรุ่นน้องนะครับ ใช้การเชื่อมต่อเป็น Wi-Fi 6 เท่านั้น


ตัวเครื่องมีน้ำหนักมากกว่ารุ่นน้องอยู่บ้างเพราะจอใหญ่กว่า แต่เรารู้สึกว่าการจับถือนั้นขอบเครื่องค่อนข้างคม ปากกาที่แถมมาให้ก็เป็นแบบ Capacitive ที่มีหัวปากกาเป็นจานเหมือนกัน ส่วนการทำงานร่วมกับเคสคีย์บอร์ดที่แถมมาพร้อมเครื่องก็ทำได้ดีมาก คีย์บอร์ดใหญ่ขึ้นเพราะจอใหญ่ขึ้น ปุ่มเลยได้มาตรฐาน ใครพิมพ์แบบไม่มองแป้นได้ก็ใช้คีย์บอร์ดนี้ได้เลย แล้วก็มี Trackpad ให้ในตัว แต่ก็ยังไม่มีสกรีนไทยเหมือนเดิมต้องอาศัยการติดสติกเกอร์เอา ซึ่งเคสคีย์บอร์ดของ Ultra Pad นั้นดีไซน์จะต่างจากจาก iPlay 70 Pad Pro เพราะไม่ได้หุ้มขอบเครื่อง แต่อาศัยแม่เหล็กแปะเข้าไปกับเครื่อง ทำให้ดึงเครื่องเปล่า ๆ มาใช้ได้ง่ายกว่า ซึ่งก็เหมาะสำหรับเครื่องที่มีน้ำหนักมากกว่า


โดย Alldocube Ultra Pad นั้นตั้งราคาพร้อมเคสและปากกาอยู่ที่ 14,990 บาท ก็กระโดดจากรุ่นน้องพอสมควร ด้วยจอที่ดีกว่า ลำโพงดีกว่า พร้อมชิปที่ดีกว่าและแรมที่สูงกว่า แต่ส่วนต่างราคาจาก Alldocube iPlay 70 Pad Pro ที่ค่อนข้างสูงก็ทำให้รุ่นนี้คุ้มค่าน้อยกว่าพอสมควร ใครที่สนใจหาซื้อได้ตาม Shopee, Lazada, TikTok Shop เช่นเดิม
| คุณสมบัติ | Alldocube Ultra Pad | Alldocube iPlay 70 Pad Pro |
| หน้าจอ | 12.95 นิ้ว IPS In-cell • ความละเอียด 2.8K (2880×1840) • รีเฟรชเรท 144Hz • ความสว่าง 700 nits, Widevine L1 | 12.1 นิ้ว IPS • ความละเอียด 2.5K (2560×1600) • รีเฟรชเรท 90Hz • รองรับสี 1 พันล้านสี (1 Billion colors) |
| ชิปประมวลผล (CPU) | Qualcomm Snapdragon 7+ Gen 3 (Octa-core สูงสุด 2.8GHz) | MediaTek Helio G100 (Octa-core สูงสุด 2.2GHz) |
| ชิปกราฟิก (GPU) | Adreno™ GPU | ARM G57 MC2 |
| หน่วยความจำ (RAM) | 12GB | 8GB (บวกความจำเสมือนได้อีก 8GB) |
| ความจุ (ROM) | 256GB | 128GB |
| การ์ดหน่วยความจำภายนอก | รองรับ MicroSD สูงสุด 1TB | รองรับ MicroSD สูงสุด 1TB |
| ระบบปฏิบัติการ | Android 15 + PC Mode | Android 16 + PC Mode (พร้อม Gemini AI) |
| กล้อง | • กล้องหลัง: 13MP + ไฟแฟลช • กล้องหน้า: 5MP | • กล้องหลัง: 16MP + ไฟแฟลช • กล้องหน้า: 8MP |
| ระบบเสียงและไมค์ | • ลำโพง 8 ตัว (DTS Audio) • ไมโครโฟน 3 ตัว | • ลำโพง 4 ตัว • ไมโครโฟน 1 ตัว |
| การเชื่อมต่อ | • Wi-Fi 6 • Bluetooth 5.4 • ใส่ซิมไม่ได้ | • Wi-Fi 5 (802.11 a/b/g/n/ac) • Bluetooth 5.2 • รองรับ 2 Nano SIM + ใช้งาน GPS ได้ |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | 15,000 mAh • ชาร์จไว PD 33W (พอร์ต USB-C) | 10,000 mAh • ชาร์จไว PD 33W (พอร์ต USB-C) |
| ขนาดและน้ำหนัก | • ขนาด: 191.08 × 291.61 × 7.6 มม. • น้ำหนัก: ราว 700 กรัม | • ขนาด: 181 × 279 × 7 มม. • น้ำหนัก: 590 กรัม |
| สีตัวเครื่อง | Gray (เทา) | Dark Gray (เทาเข้ม) |
| ราคา | 14,990 บาท | 9,490 บาท |






