การ์มินประเทศไทย เปิดตัวอุปกรณ์จักรยานใหม่ 3 รุ่น คือสมาร์ตเทรนเนอร์ Tacx Nēra กับคอมพิวเตอร์จักรยาน GPS อีกสองรุ่นคือ Edge 1060 และ Edge Explore 3 เพื่อเชื่อมการซ้อมในร่มเข้ากับการปั่นจริง ราคา 13,990 – 38,990 บาท ทยอยวางขายตั้งแต่ 10 พ.ย. นี้
Tacx Nēra เป็นแท่นปั่นจักรยานในร่มที่ต่อกับแอปฝึกซ้อมได้ ตัวแท่นมีระบบเคลื่อนไหวในตัว ขยับหน้า-หลังและซ้าย-ขวาไปตามจังหวะปั่น ให้ความรู้สึกใกล้กับการปั่นบนถนนมากขึ้น การ์มินเคลมว่าวัดกำลัง และรอบขาคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1% จำลองความชันได้สูงสุด 20% และรับกำลังสปรินต์ได้สูงสุด 2,200 วัตต์ ใช้กับแอป Zwift และ ROUVY ได้ แต่ต้องสมัครสมาชิกของแอปนั้น ๆ ก่อน


นอกจากนี้ Tacx Nēra ยังมีรุ่นย่อย Zwift Ready ที่ติดตั้ง Zwift Cog and Click มาให้ รองรับ Virtual Shifting หรือการเปลี่ยนเกียร์ผ่านซอฟต์แวร์ และ Race Mode ที่ตอบสนองต่อการเร่งได้เร็วขึ้น ตั้งค่าเครื่องผ่านแอป Tacx Training ได้ และดึงแผนซ้อมจาก Garmin Coach ใน Garmin Connect มาใช้ได้ ข้อมูลการซ้อมในร่ม จึงอยู่ที่เดียวกับข้อมูลการปั่นข้างนอก

Edge 1060 เป็นรุ่นที่การ์มินวางไว้ในกลุ่มพรีเมียม จุดเด่นคือไมโครโฟน และลำโพงในตัว นักปั่นพูดคำสั่ง “Okay, Garmin” เพื่อดูข้อมูล ค้นหาเส้นทางหรือสถานที่ และรายงานจุดอันตรายบนถนนได้ โดยไม่ต้องปล่อยมือจากแฮนด์ ทั้งนี้คำสั่งเสียงรองรับเพียงบางภาษา และจะทำงานได้ดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมตอนปั่น ถ้าต่อกับสมาร์ตโฟนก็รับส่งข้อความเสียงผ่าน Garmin Messenger ได้ด้วย ส่วนการนำทาง มี Route Options ไว้เทียบเส้นทางตามระยะเวลา ความชัน และประเภทจักรยาน มี Route Previews ให้ดูรายละเอียดก่อนออกปั่น และมี Up Ahead, Road Closure Alerts กับ Free Flow Routing ช่วยเรื่องการเลือกเส้นทาง

ในฝั่งการซ้อม Edge 1060 มี Real-time Stamina, Power Guide, Cycling Ability และ Course Demands ไว้ช่วยดูว่าควรใช้แรงเท่าไรระหว่างปั่น ส่วน Garmin Cycling Coach จะปรับแผนซ้อมตามสมรรถนะ การฟื้นตัว และความยากของเส้นทาง ถ้าปั่นเป็นกลุ่ม ฟีเจอร์ GroupRide ใช้ส่งข้อความและดูตำแหน่งเพื่อนในกลุ่มได้เมื่อจับคู่กับสมาร์ตโฟนและแอป Garmin Connect แบตเตอรี่ใช้ได้สูงสุด 20 ชั่วโมง หรือ 60 ชั่วโมงในโหมดประหยัดแบต


Edge Explore 3 เป็นรุ่นที่ใช้งานง่ายกว่า เหมาะทั้งปั่นเที่ยว ปั่นไปทำงาน และปั่นออกกำลังกาย หน้าจอเป็นแบบสัมผัส นำทางด้วย Route Options, Up Ahead ที่บอกจุดแวะพัก และ Free Flow Routing ที่เลือกเส้นทางที่ต้องหยุดหรือชะลอน้อยกว่า ส่งตำแหน่งจาก Google Maps หรือ Apple Maps เข้าเครื่องได้ตรง ๆ ผ่าน Pin Drop Navigation ต่อกับจักรยานไฟฟ้าบางรุ่นเพื่อดูแบตเตอรี่และระดับการช่วยปั่นได้ แต่ข้อมูลที่แสดงจะต่างกันไปตามรุ่นรถ


นอกจากนั้น Edge Explore 3 ยังมี Carbon Savings ไว้ดูว่าการปั่นแทนการใช้รถช่วยลดคาร์บอนไปเท่าไร และมี Garmin Cycling Coach เหมือนรุ่นใหญ่ ส่วนด้านความปลอดภัย Garmin Link ดึงอัตราการเต้นหัวใจจากสมาร์ตวอทช์ Garmin ที่รองรับมาแสดงได้ และเมื่อจับคู่กับสมาร์ตโฟน จะใช้ Road Hazards Alerts, LiveTrack และระบบตรวจจับอุบัติเหตุ (Incident Detection) ได้

Tacx Nēra ราคา 38,990 บาท และ Edge 1060 ราคา 27,990 บาท จะวางขายพร้อมกันในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ส่วน Edge Explore 3 ราคา 13,990 บาท ตามมาในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ทั้งสามรุ่นซื้อได้ทางเว็บไซต์ Garmin.com/th-TH และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
การ์มินออกผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ในช่วงที่ตัวเลขยังโตอยู่ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 รายได้ทั่วโลกอยู่ที่ 5,760 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 194,300 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนในไทย ข้อมูลจาก Garmin Connect ในช่วงเดียวกัน พบว่ากิจกรรมทุกประเภทที่ผู้ใช้บันทึกเพิ่มขึ้น 33% และกิจกรรมปั่นจักรยานเพิ่มขึ้น 16% โดยมิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำการ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “จำนวนกิจกรรมปั่นจักรยานที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่านักปั่นในไทยมีการออกปั่นและบันทึกกิจกรรมมากขึ้น” และเล่าว่าในระดับโลก การ์มินซื้อกิจการ TrainingPeaks และ TrainHeroic เพื่อเพิ่มเครื่องมือวิเคราะห์การซ้อมสำหรับนักกีฬา และโค้ช นอกจากนี้ยังเป็นผู้สนับสนุนทีมจักรยานอาชีพอย่าง Red Bull–BORA–hansgrohe, Soudal Quick-Step และ Team Visma | Lease a Bike อีกด้วย







