
แฮกเกอร์เจาะระบบควบคุมคลังเก็บเลือดของฝรั่งเศส พร้อมปรับอุณหภูมิและระบบละลายน้ำแข็งของตู้แช่เย็น 3 แห่งให้อยู่ในระดับสูงมาก จนเสี่ยงกระทบผลิตภัณฑ์เลือดที่ใช้รักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ

หน่วยงานด้านเลือดแห่งชาติฝรั่งเศส (EFS) เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงระบบควบคุมอุณหภูมิของคลังเก็บผลิตภัณฑ์เลือด และปรับค่าการทำงานของระบบให้ผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ระบบแจ้งเตือนสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ทันเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุได้ก่อนที่เลือดและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จะได้รับความเสียหาย
สำหรับ EFS เป็นหน่วยงานสำคัญที่รับผิดชอบการจัดเก็บ ตรวจสอบ และกระจายเลือด พลาสมา รวมถึงเกล็ดเลือดให้กับโรงพยาบาลกว่า 1,900 แห่งทั่วฝรั่งเศส เพื่อรองรับผู้ป่วยมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อปี
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการโจมตีระบบทำความเย็นในยุโรปที่กำลังขยายวงกว้าง โดยตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตเกือบ 12 ประเทศ ประสบปัญหาอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อาหารและสินค้าแช่เย็นเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลายล้านยูโร
ประเทศที่ได้รับผลกระทบมีทั้งอิตาลี เยอรมนี โรมาเนีย สหราชอาณาจักร เบลเยียม เอสโตเนีย ไอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน
ก่อนหน้านี้ ฝรั่งเศสยังเคยเผชิญการโจมตีระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 700 แห่ง ขณะที่ธนาคาร Crédit Mutuel สาขาภูมิภาคแห่งหนึ่งก็เพิ่งเปิดเผยว่าตกเป็นเป้าการโจมตีทางไซเบอร์เช่นกัน

ด้านสหภาพยุโรป (EU) กำลังประสานงานกับประเทศสมาชิกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ โดยมองว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่การโจมตีที่เกิดขึ้นแยกกัน แต่เป็นภัยคุกคามที่ต้องมีมาตรการป้องกันร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ
ส่วนผลิตภัณฑ์เลือดที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงถุงพลาสมาสำหรับการถ่ายเลือดและผลิตยา ได้ถูกย้ายไปจัดเก็บในสถานที่อื่นแล้ว พร้อมแจ้งเหตุไปยังหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติฝรั่งเศส (ANSSI) และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงเพิ่มมาตรการตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำอีกครั้ง
ที่มา theguardian






