
เกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ในวงการคริปโท หลัง Binance ออกมายืนยันว่าเหตุแฮ็กที่เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 6,300 ล้านเหรียญ อาจกลายเป็นเหตุแฮ็กคริปโท ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Binance ระบุว่า ขณะนี้ทีมรักษาความปลอดภัยกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าเงินของผู้ใช้งานยังคงปลอดภัย และจะแจ้งความคืบหน้าผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการเมื่อได้ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
ตอนนี้บริษัทคริปโตฯ หลายแห่งได้ร่วมมือกันอายัดสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดย Binance เปิดเผยว่า ณ เวลาที่รายงาน มูลค่าเหรียญ Stablecoin ที่ได้รับการยืนยันว่าอายัดไว้แล้วอยู่ที่อย่างน้อย 2,540 ล้านเหรียญแต่ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ยอดสรุปความเสียหายทั้งหมด
ก่อนหน้านี้มีการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่อาจถูกขโมยตั้งแต่ 1,700 ล้านเหรียญไปจนถึง 5,700 ล้านเหรียญ ส่วนข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Arkham พบการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์มูลค่ากว่า 5,000 ล้านเหรียญ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายเตือนว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลบางส่วนอาจไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ทำให้ตัวเลขดังกล่าวอาจสูงเกินจริง
ด้าน Changpeng Zhao หรือ CZ ผู้ก่อตั้ง Binance ระบุว่าเงินของผู้ใช้งานยังปลอดภัย พร้อมขอบคุณ Tether และ Circle ที่ช่วยอายัดสินทรัพย์อย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานจาก Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether ว่า บริษัทได้อายัด USDT มูลค่ากว่า 1,567 ล้านเหรียญที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ Binance ยังระบุว่า การถอนเงินจะกลับมาให้บริการอีกครั้งเมื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว พร้อมเตือนผู้ใช้งานให้ระวังมิจฉาชีพ ไม่กดลิงก์หรือให้ข้อมูลบัญชีผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ
หากมูลค่าผลกระทบที่ Binance ยืนยันได้รับการประเมินอย่างถูกต้อง เหตุการณ์นี้อาจแซงหน้าเหตุแฮ็กกระดานเทรด Bybit ในปี 2025 ซึ่งมีสินทรัพย์ถูกขโมยไปราว 1,500 ล้านgsiupP และขึ้นแท่นเหตุการณ์แฮ็กคริปโตฯ ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
ที่มา gizmodo






