
แฮกเกอร์เจาะระบบควบคุมความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตหลายร้อยแห่งทั่วฝรั่งเศส สั่งปรับอุณหภูมิตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งจากระยะไกลให้สูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อาหารจำนวนมากเสี่ยงเน่าเสีย รวมถึงมีรายงานเหตุเพลิงไหม้ด้วย
Reuters รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอัยการในกรุงปารีสยืนยันว่าการโจมตีมีขอบเขตกว้างขวาง ร้านค้าที่ได้รับผลกระทบมีทั้ง Intermarché ประมาณ 150 สาขา, Carrefour 80 สาขา และ Monoprix ราว 25 สาขา รวมถึง Cooperative U ซึ่งยังไม่มีข้อมูลจำนวนสาขาที่แน่ชัด
แม้ตอนนี้ยังไม่มีการสรุปตัวเลขความเสียหายทั้งหมดอย่างเป็นทางการ แต่ทาง Thierry Cotillard ซีอีโอของเครือ Intermarché ประเมินผ่านสถานีโทรทัศน์ BFM TV ว่าความเสียหายอาจมีมูลค่าสูงถึงหลายสิบล้านยูโร

หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของฝรั่งเศส หรือ ANSSI กำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้ โดยมีเบาะแสว่าการโจมตีอาจเกี่ยวข้องกับช่องโหว่ในระบบของ Danfoss บริษัทวิศวกรรมจากเดนมาร์ก ซึ่งผลิตระบบควบคุมความเย็น โดยบริษัทระบุว่ารับทราบเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบควบคุมความเย็นบางส่วนในฝรั่งเศส
ที่น่ากังวลคือ การโจมตีอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในฝรั่งเศส เพราะนักวิเคราะห์ด้านภัยคุกคามไซเบอร์จาก Sekoia Threat Detection and Research ระบุว่า องค์กรในประเทศอื่น ๆ เช่น สเปน โปรตุเกส โปแลนด์ เยอรมนี และเบลเยียม อาจตกเป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขอบเขตความเสียหายในแต่ละประเทศยังต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม
กรณีนี้สะท้อนความเสี่ยงของระบบเทคโนโลยีปฏิบัติการที่ใช้ควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโลกจริง เช่น ระบบทำความเย็นในร้านค้า หากเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ก็อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีเข้าควบคุมการทำงานจากระยะไกลได้ โดย Danfoss ระบุว่าเฟิร์มแวร์ที่ล้าสมัยเป็นปัจจัยสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้ ภาคธุรกิจค้าปลีกก็เคยเผชิญการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ เช่น กรณี Marks & Spencer ในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2025 ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานหยุดชะงักและสูญเสียยอดขายอย่างหนัก ขณะที่ข้อมูลที่ Food Navigator อ้างถึงระบุว่า สัดส่วนเหยื่อแรนซัมแวร์ที่ถูกบีบให้หยุดดำเนินงานเพิ่มจาก 45% ในปี 2021 เป็น 58% ในปี 2025
Dominique Schelcher ซีอีโอของ Coopérative U มองว่า การโจมตีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการรักษาความสดของอาหารและห่วงโซ่อุปทานเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ที่มา gizmodo






