
Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ออกมาส่งสัญญาณว่า สังคมโลกจำเป็นต้องปรับตัวและสร้าง “บรรทัดฐานใหม่” เพื่ออยู่ร่วมกับ AI ที่มีบทบาทในทุกด้านของชีวิต
เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AP ระบุว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สังคมต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทัน พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนทดลองใช้งาน AI เพื่อทำความเข้าใจศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยีนี้ด้วยตัวเอง

เจนเซน หวง มองว่า AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ช่วยให้ผู้คนทำงานซับซ้อนได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การสร้างเว็บไซต์ วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการสนับสนุนงานวิจัย โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะการเขียนโปรแกรมขั้นสูง
เขาเชื่อว่า AI จะช่วยลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีและเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าถึงเครื่องมือที่เคยจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ยอมรับว่ายังมีความกังวลเรื่องผลกระทบต่อการจ้างงาน การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล และผลกระทบทางสังคมในระยะยาว
หวงเปรียบเทียบ AI กับยุคเริ่มต้นของรถยนต์ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นอันตราย ก่อนที่สังคมจะพัฒนากฎระเบียบและมาตรการความปลอดภัยขึ้นมารองรับ เขามองว่า AI กำลังอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน และจำเป็นต้องมีกลไกกำกับดูแลที่เหมาะสมเพื่อให้สังคมได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีนี้
หวงย้ำว่าการกำกับดูแลจากภาครัฐเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและความมั่นคงของชาติ รัฐบาลควรมีมาตรฐานและแนวทางที่ชัดเจนในการควบคุม AI เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่คาดคิด พร้อมเตือนว่าการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีหรือชิป AI โดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนอาจส่งผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ Nvidia เคยคัดค้านมาตรการควบคุมการส่งออกชิปไปยังจีน โดยให้เหตุผลว่าการจำกัดดังกล่าวอาจกระตุ้นให้จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง และลดอิทธิพลของสหรัฐฯ ในตลาด AI โลก
อีกประเด็นที่หวงให้ความสำคัญคือปัญหาด้านพลังงาน ที่จะเป็นคอขวดสำคัญของการพัฒนา AI ในอนาคต การทำงานของศูนย์ข้อมูลและระบบประมวลผล AI ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาล ส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่สหรัฐฯ ยังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตพลังงาน
แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้นำในด้านชิป AI โมเดล AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ แต่หากไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานได้เพียงพอ ก็อาจสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลก
ขายังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานของระบบ AI โดยยกตัวอย่างโครงการพัฒนาเลเซอร์ส่งข้อมูลระหว่างชิป ซึ่งอาจช่วยลดการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูล AI ได้มากถึง 50%
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ได้ผลักดันให้ Nvidia มีมูลค่าตลาดแตะราว 5 ล้านล้านเหรียญ ขณะที่บริษัท AI อย่าง OpenAI และ Anthropic ก็ถูกมองว่ามีศักยภาพก้าวสู่ระดับล้านล้านดอลลาร์ในอนาคต
ความมั่งคั่งที่กระจุกตัวในบริษัท AI รายใหญ่จุดกระแสถกเถียงเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมถึงข้อเสนอให้ภาครัฐถือหุ้นในบริษัท AI เพื่อกระจายผลประโยชน์สู่สาธารณะ ทางเจนเซน หวง มองว่าแม้แนวคิดดังกล่าวยังไม่ชัดเจน แต่ความสำเร็จของบริษัทเทคโนโลยีก็สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจผ่านการจ้างงาน การลงทุน และรายได้ภาษีอยู่แล้ว
สำหรับหวง ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่า AI จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่คือสังคมจะปรับตัวอย่างไร และการวางกติกาที่เหมาะสมจะเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่ร่วมกับ AI ในอนาคต
ที่มา japantoday





