กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจในวงการเทคโนโลยีเมื่อ 2 ซีอีโอคนสำคัญอย่างเจนเซ่น หวง (Jensen Huang) จาก Nvidia และ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) จาก Tesla
กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจในวงการเทคโนโลยีเมื่อ 2 ซีอีโอคนสำคัญอย่างเจนเซ่น หวง (Jensen Huang) จาก Nvidia และ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) จาก Tesla
ถ้าพูดถึง Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA หลายคนคงนึกถึงภาพของเขาใน แจ็กเก็ตหนังสีดำ ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวมาตลอดเกือบ 20 ปี ล่าสุดแจ็กเก็ตตัวหนึ่งที่เขาเคยสวมใส่ ถูกนำออกประมูลและปิดราคาสูงถึง 960,000 เหรียญหรือราว 32.2 ล้านบาท สูงกว่าราคาประเมินหลายเท่าตัว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แจ็กเก็ตหนังถือเป็นภาพจำของ Jensen Huang จนเจ้าตัวเคยเรียกตัวเองบน Reddit ว่า “ชายในแจ็กเก็ตหนัง” (the guy in the leather
Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ออกมาส่งสัญญาณว่า สังคมโลกจำเป็นต้องปรับตัวและสร้าง “บรรทัดฐานใหม่” เพื่ออยู่ร่วมกับ AI ที่มีบทบาทในทุกด้านของชีวิต เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AP ระบุว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สังคมต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทัน พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนทดลองใช้งาน AI เพื่อทำความเข้าใจศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยีนี้ด้วยตัวเอง AI กับโอกาสทางเศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์ เจนเซน หวง มองว่า AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ช่วยให้ผู้คนทำงานซับซ้อนได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การสร้างเว็บไซต์ วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการสนับสนุนงานวิจัย
จากคีย์โน้ต NVIDIA GTC Taipei 2026 ในช่วงงาน Computex 2026 ที่ไต้หวัน Jensen Huang CEO ของ NVIDIA ได้เผยภาพรวมว่าโลกกำลังก้าวข้ามยุคของ Generative AI เข้าสู่ยุคของการลงมือทำงานจริงด้วยระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งวิสัยทัศน์หลายด้านของเขาก็นำมาสู่การถกเถียง โดยเฉพาะมุมมองว่า AI ไม่ได้แย่งงานมนุษย์ แต่เป็นการเพิ่มการสร้างผลผลิตมหาศาล ในบทความนี้มาเจาะลึกวิสัยทัศน์ แง่มุมที่น่าคิดต่อ และแนวทางการปรับตัวที่คนทั่วโลกต้องเตรียมพร้อมกันครับ เจนเซ่นมองโลกในยุคต่อไปอย่างไร? เจนเซ่นมองว่าสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และซอฟต์แวร์ทั้งหมดของโลกกำลังถูกรื้อสร้างใหม่เพื่อต้อนรับยุค
ในยุคที่หุ่นยนต์และ AI กำลังมีการพัฒนาที่รวดเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หลายคนกังวลว่าตนกำลังจะตกงาน แต่เจนเซน หวง
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหา AI แย่งงาน เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia กลับมองว่า AI ไม่ได้เข้ามาแย่งงาน
Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เดินหน้าผลักดัน “Agentic AI” เต็มตัว พร้อมคาดสร้างรายได้แตะ 1 ล้านล้านเหรียญในปี 2027 จากแพลตฟอร์มใหม่อย่าง Blackwell และ Vera Rubin รวมถึงความร่วมมือกับ OpenClaw Huang ระบุว่าความมั่นใจนี้มาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI โดยเฉพาะฝั่ง “การประมวลผลแบบอนุมาน” (inference) ที่กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เมื่อเทียบกับการฝึกโมเดล (training) สอดคล้องกับการขยายตัวของ AI
เชื่อว่าตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก NVIDIA เพราะถือว่าเป็นบริษัทที่มีบทบาทในวงการไอทีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะยุค AI ที่ทำให้กลายเป็นบริษัทที่เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น แต่วันนี้โลกเราอาจจะไม่มี NVIDIA หากไทยไม่มีรัฐประหาร มีประเด็นน่าสนใจที่เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ได้เล่าระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า พ่อของเขาเป็นวิศวกรเคมีและวิศวกรเครื่องมือวัดที่ได้งานทำในประเทศไทยในส่วนของงานสร้างโรงกลั่นน้ำมัน ทำให้ครอบครัวของหวงได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้หวงต้องย้ายออกจากประเทศไทยไป ย้อนไปในช่วงปี 1973-1974 หรือปี พ.ศ. 2516-2517 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีการรัฐประหารเกิดขึ้นบ่อยครั้ง วันหนึ่งเกิดการลุกฮือของทหาร มีรถถังและทหารออกมาเต็มท้องถนน พ่อแม่ของเขาประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ จึงตัดสินใจติดต่อไปหาลุงของหวงที่อาศัยอยู่ในเมืองทาโคมา รัฐฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ทั้ง
คนส่วนใหญ่อาจไม่ค่อยพอใจนักหากทำงานแล้วได้เงินเดือนเท่าเดิมเป็นเวลา 10 แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia ที่ตั้งแต่ปี 2015 ได้รับเงินเดือนเท่าเดิมมาตลอดจนกระทั้งในปีนี้ (2025) ที่ล่าสุดได้มีการปรับขึ้นเงินเดือนเป็นครั้งแรกรวดเดียวถึง 49% เป็น 1.5 ล้านเหรียญ หรือราว 50 ล้านบาท






