
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหา AI แย่งงาน เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia กลับมองว่า AI ไม่ได้เข้ามาแย่งงาน แต่กำลังสร้างงานจำนวนมากขึ้นด้วยซ้ำ
หวงได้ให้สัมภาษณ์ในหลายประเด็นเกี่ยวกับ AI แต่หนึ่งในประเด็นที่ถกกันมากที่สุดคือเรื่องความกังวลด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรม AI แล้วชาวอเมริกันควรกังวลเรื่องนี้หรือไม่? โดยมีช่วงหนึ่ง หวงได้รับคำถามว่า AI พัฒนาไปอย่างเร็วมาก ๆ มันจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กว่าที่เคยเห็นมาหรือไม่ แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำมากขึ้นหรือเปล่า แล้วเราควรรับมือกับมันอย่างไร
ตลอดการสัมภาษณ์ หวงแสดงแนวคิดเชิงบวกกับประเด็นน่ากังวลของ AI ทั้งหมด
AI คือโอกาสที่ดีที่สุดของสหรัฐฯ ในการกลับมาเป็นประเทศอุตสาหกรรมอีกครั้ง
หวงอธิบายว่า จริง ๆ แล้วอุตสาหกรรม AI ถูกขับเคลื่อนโดยโรงงานรูปแบบใหม่ที่ผลิตฮาร์ดแวร์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจ AI เช่นเดียวกันกับ Nvidia ที่ผลิตชิปเพื่อรันเซิร์ฟเวอร์ AI ซึ่งโรงงานเหล่านี้จำเป็นต้องใช้แรงงาน เช่นเดียวกับภาคส่วนอื่น ๆ ของอุตสาหกรรม AI ที่กำลังเติบโต แม้งานบางส่วนจะถูกปรับให้เป็นระบบอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานทั้งหมดของมนุษย์จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติได้
สิ่งที่ผลกังวลมากที่สุดคือ เรากำลังถูกทำให้กลัว คนที่ไม่เห็นด้วยกำลังเล่าเรื่องแนวไซไฟให้คนกลัว จนพวกเขากลัว AI มากเกินไป และไม่เข้าไปศึกษามัน
ประเด็นที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนที่ต่อต้าน AI กลับเป็นกลุ่มที่มาจากแวดวงเทคโนโลยีเอง ซึ่งนักวิจารณ์มองว่านี่เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างกระแสให้กับผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้มีความสามารถมากมายขนาดนั้น
สุดท้ายนี้ ก็ต้องรอดูกันว่า AI จะสร้างการเปลี่ยนแปลงมากขนาดไหน เพราะแม้แนวคิดของหวงจะสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อการจ้างงานและการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริงผลของ AI จะไม่ได้กระจายตัวเท่ากันในทุกกลุ่ม บางอาชีพอาจเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่วนบางงานอาจหายไปเร็วกว่าที่แรงงานจะปรับตัวทัน ดังนั้นประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่แค่ AI สร้างงานหรือแย่งงาน แต่คือใครได้ประโยชน์ และใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการลงทุนด้านการศึกษา การ reskill/upskill ของแรงงาน และนโยบายภาครัฐว่าจะสามารถลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำได้ทันกับความเร็วของเทคโนโลยีหรือไม่
ที่มา TechCrunch





