
YouTube ปรับระบบแนะนำวิดีโอ Shorts ให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ต้นฉบับมากขึ้น พร้อมลดการมองเห็นคลิปที่นำวิดีโอของคนอื่นมาลงซ้ำโดยแทบไม่มีการปรับแต่งหรือเพิ่มคุณค่า อาจกระทบกับช่องที่เน้นรวบรวมและ Repost คลิปจากแหล่งอื่น
YouTube ต้องการให้ครีเอเตอร์สร้างวิดีโอที่มี ความคิดสร้างสรรค์และตัวตนของตัวเอง หากนำคลิปของคนอื่นมาใช้แล้วมีเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในเชิงเทคนิค หรือใช้เทมเพลตเดิม ๆ โดยไม่ได้เพิ่มเนื้อหาใหม่อย่างมีความหมาย ก็มีโอกาสถูกแนะนำในฟีด Shorts น้อยลง

YouTube ไม่ได้ห้ามการนำวิดีโอเดิมมาใช้ใหม่ทั้งหมด เพราะยังเปิดให้ครีเอเตอร์ Remix คอนเทนต์ผ่านเครื่องมือของ Shorts ได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสียงบางส่วนมาใช้ ตัดช่วงของวิดีโอมาเป็นส่วนประกอบ ใช้ Green Screen หรือใช้เทมเพลตต่าง ๆ
สิ่งสำคัญคือ ครีเอเตอร์ควรใส่ ความคิดเห็น การวิเคราะห์ การเล่าเรื่อง การตัดต่อ หรือมุมมองของตัวเอง เข้าไป เพื่อทำให้วิดีโอมีคุณค่าและความแตกต่างจากต้นฉบับอย่างชัดเจน โดย Shorts ที่ผ่านการ Remix ยังสามารถเชื่อมโยงผู้ชมกลับไปยังวิดีโอต้นฉบับได้ด้วยพูดง่าย ๆ คือ YouTube ไม่ได้ห้ามเอาคลิปคนอื่นมาใช้ แต่ไม่อยากเห็นการก๊อปแล้วนำมาอัปโหลดใหม่เฉย ๆ

ระบบแนะนำวิดีโอของ YouTube ประมวลผลจากสัญญาณจำนวนมาก ทั้งประวัติการรับชม ความสนใจ และการมีส่วนร่วมของผู้ชม ดังนั้นไม่ได้หมายความว่า Shorts ที่นำเนื้อหาของคนอื่นมาใช้ทุกคลิปจะถูกลดการเข้าถึง
แต่ช่องที่มีพฤติกรรมเน้นนำวิดีโอของคนอื่นมาลงซ้ำโดยไม่มีการปรับแต่งอย่างสร้างสรรค์ อาจมีโอกาสถูกนำเสนอในฟีด Shorts น้อยลง ขณะที่การนำบางส่วนของคลิปมาใช้แล้วต่อยอดด้วยเนื้อหาใหม่อย่างมีความหมาย ยังสามารถถูกมองว่าเป็นคอนเทนต์ใหม่ได้
อีกประเด็นที่ครีเอเตอร์ต้องแยกให้ออกคือ การปรับระบบแนะนำวิดีโอครั้งนี้ ไม่ใช่มาตรการด้านลิขสิทธิ์โดยตรง หากนำวิดีโอที่มีลิขสิทธิ์มาอัปโหลดโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ยังมีโอกาสถูกตรวจสอบผ่านระบบ Content ID หรือถูกลบตามนโยบายลิขสิทธิ์ของ YouTube เหมือนเดิม
ที่มา firstpost






