
International Data Corporation หรือ IDC ได้รายงานตัวเลขยอดขายสมาร์ตโฟนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 พบว่าตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาวะยอดขายร่วงครั้งประวัติศาสตร์ โดยยอดจัดส่งร่วงลงถึง 22% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการลดลงที่รุนแรงที่สุดของอุตสาหกรรม
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2026 ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกอยู่ที่ 255.3 ล้านเครื่อง ลดลงจาก 327.3 ล้านเครื่องในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว หรือยอดจัดส่งหายไปจากตลาดถึง 72 ล้านเครื่อง
สาเหตุหลักที่สร้างแรงกระแทกให้กับอุตสาหกรรมในครั้งนี้คือวิกฤตชิ้นส่วนหน่วยความจำ เพราะต้นทุนของหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสูงได้ และถูกบีบให้ต้องปรับราคาสมาร์ตโฟนให้สูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่น้อยอยู่แล้ว ทำให้ความต้องการในตลาดแน่ลงอย่างหนัก โดย Kiranjeet Kaur นักวิเคราะห์จาก IDC ได้ระบุว่า ภาวะตกต่ำรุนแรงที่อุตสาหกรรมได้เตรียมใจและเฝ้าระวังมาตลอด ในที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว นอกจากนี้ ข้อมูลอีกชุดของ IDC ยังระบุด้วยว่าเฉพาะในตลาดจีนเพียงแห่งเดียว ยอดจัดส่งก็ลดลงไปถึง 15% เลยทีเดียว

แม้ภาพรวมตลาดจะชลอตัวลงอย่างชัดเจน แต่แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ Apple กลับสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดรวมกันได้มากขึ้น โดย Samsung ครองอันดับ 1 ยังคงรักษาแชมป์ไว้ได้ด้วยยอดจัดส่ง 57.8 ล้านเครื่อง ด้าน Apple แม้ว่าจะได้อันดับ 2 แต่ก็ตามมาติด ๆ ชนิดหายใจรดต้นคอด้วยยอดจัดส่ง 57.3 ล้านเครื่อง
หากดูจากตัวเลขแล้ว ทั้ง Samsung และ Apple จะมียอดจัดส่งลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เมื่อนำยอดของทั้งสองแบรนด์มารวมกัน หรือ 115.1 ล้านเครื่อง กลับพบว่าทั้งคู่ครองส่วนแบ่งตลาดโลกไปถึง 45% ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 8.1% เมื่อเทียบกับส่วนแบ่ง 36.9% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ด้านแบรนด์จีนมียอดขายที่ลดลงหนัก
IDC ประเมินว่าอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนจะยังคงอยู่ในสภาวะยากลำบากไปตลอดปี 2027 และคาดหวังการฟื้นตัวได้เร็วที่สุดในปี 2028 นอกจากนี้ ตลาดยังมีความน่ากังวลในเรื่องสต็อกล้นตลาด เนื่องจากก่อนหน้านี้มีหลายแบรนด์ที่ตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อกักตุนสินค้าจากการคาดการณ์ว่าชิ้นส่วนจะขาดแคลน หากความต้องการของผู้บริโภคในช่วงปลายปียังคงซบเซา สต็อกสมาร์ตโฟนที่ค้างอยู่เหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาที่ลากยาวไปจนถึงปี 2027 แม้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 อาจจะมีแรงกระตุ้นเล็กน้อยจากการเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงและโปรโมชั่นตามเทศกาลก็ตาม
ที่มา IDC






